ก็ไม่กล้าที่จะคาดเดาต่อไป ทว่าในจังหวะนั้นเอง จู่ ๆ ลู่เฉินก็พลันปล่อยหมัดออกมา และแรงกระแทกของมันนั้นก็มากพอที่จะทำให้หลู่หยวนสิ้นชีวิตลงในพริบตา!
การกระทำเช่นนี้ทำให้เจี่ยลัวรู้สึกตกใจยิ่งนัก!
“เท่านี้ปัญหาก็หายไปแล้ว” สิ้นประโยคสุดท้ายของลู่เฉิน ผู้คนโดยรอบต่างก็หวาดกลัวขึ้นมาอีกครั้ง
เพราะพวกเขาไม่มีใครคาดคิดว่าลู่เฉินจะกล้าลงมือปลิดชีวิตผู้ตรวจการได้!
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้านี้ทำให้เถียนเฟิงบ้าคลั่งในทันที ส่วนสือเซียวเองก็หวาดกลัวจนเหงื่อตก เขาเอาแต่พึมพำกับตัวเองว่า “เขาไม่มีรากวิญญาณ แต่เหตุใดกลับกลายเป็นน่ากลัวเช่นนี้?!”
ลู่เฉินยกกระบี่ขึ้นมาอีกครั้ง สือเซียวที่เห็นเช่นนั้นก็ลนลานหยิบบางสิ่งออกมา มันดูคล้ายกับนกกระดาษ และเมื่อบีบให้แตกออก ประกายสีเขียวบางอย่างก็ได้เกิดขึ้นก่อนจะจางหายไป
จากนั้นสือเซียวก็กล่าวออกมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “ข้าจะบอกอะไรแก่เจ้า ข้าได้ส่งสารแก่ท่านอาจารย์ในสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์แล้ว ดังนั้น… ทางที่ดีคือเจ้าควรรีบหนีไปซะ มิฉะนั้นเจ้าอาจจะต้องจบชีวิตลงแน่!”
“วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นใครมาก็ไม่มีประโยชน์ทั้งนั้น!” ลู่เฉินกล่าวอย่างเย็นชา
ไม่มีใครคาดคิดว่าลู่เฉินจะบ้าได้ถึงเพียงนี้ และเมื่อได้ยินเช่นนี้สือเซียวเองก็ร้อนใจขึ้นมา “เจ้า… เจ้าจะทำอะไรกันแน่?”
“เจ้าทำร้ายข้าย่อมได้ แต่เจ้ากลับหันไปทำร้ายคนในตระกูลลู่แทน เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปงั้นหรือ?” สิ้นเสียงล