์สิทธิ์?”
“ใช่” ซือตู๋เทียนตอบรับอย่างตรงไปตรงมา
“ได้ เพียงแต่ว่า…”
“เพียงแต่อันใด?” ซือตู๋เทียนถามอย่างสงสัย
หากพิจารณาความสามารถของลู่เฉินก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีทีเดียวหากสามารถพาอีกฝ่ายกลับไปยังสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ได้ เพราะขอเพียงได้ฝึกฝนอีกหน่อย ชายหนุ่มผู้นี้ก็มีหวังมากทีเดียวที่จะได้เข้าร่วมกับแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามในอนาคต!
“ให้ผู้อาวุโสพวกนั้นมาคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าข้า แล้วก็ฆ่าคนที่ทำร้ายข้าทิ้งซะ” ลู่เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา
เมื่อเอ่ยออกมาเช่นนี้ ทุกคนต่างก็ทราบทันทีว่าลู่เฉินไม่ได้สนใจที่จะกลับไปยังสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์แม้แต่น้อย!
ขณะที่ทางด้านของซือตู๋เทียน เมื่อได้ฟังคำเช่นนั้นก็พลันขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะกล่าวถามอย่างไม่เข้าใจ “เจ้าคิดหรือว่าเมื่อเข้าร่วมกับสำนักเก้าสุขสงบแล้ว พวกเขาจะออกมาปกป้องเจ้า?”
“ทำไมเล่า คิดไม่ได้หรือ?” ลู่เฉินถามกลับ
“ข้าจะบอกเจ้าให้ สำนักเก้าสุขสงบใกล้จะล่มสลายลงเต็มทีแล้ว ไม่ช้าก็เร็วมันจะถูกสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ทำลายจนไม่เหลือร่องรอยใด ๆ!” ซือตู๋เทียนกล่าวอย่างมั่นใจ
ลู่เฉินพลันเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมาอีกครั้ง “สิ่งที่จะหายไปจากประวัติศาสตร์ก็คือสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้า!”
ซือตู๋เทียนไม่คิดว่าลู่เฉินจะไร้สติจนไม่ฟังคำใด ๆ ได้ขนาดนี้ “ดูเหมือนว่าเจ้าจะไร้สติจนไม่ฟังคำอะไรแล้ว!”
“เจ้าคิดจะทำอะไรข้า?” ลู่เฉินถาม ในขณะที่ซือตู๋เทียนตอบกลับอย่างเย็