ลือดไปหาซือตู๋เทียนทันที “ท่านอาจารย์ ช่วย… ช่วยข้าด้วย!”
ซือตู๋เทียนวางสองมือไพล่หลัง และกล่าวกับลู่เฉินด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “เจ้ามีรากวิญญาณแล้ว?”
ทว่าลู่เฉินตอบกลับอย่างไม่สนใจฐานะของอีกฝ่าย “จะมีหรือไม่มีแล้วเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย?”
ทว่าซือตู๋เทียนคล้ายไม่สนใจฟัง เขากวาดสายตามองผู้คนรอบ ๆ จนกระทั่งมาหยุดที่หลู่หยวนผู้สิ้นชีพ “เจ้าปลิดชีวิตผู้ตรวจการไปแล้ว ถ้าหากไม่อยากกลายเป็นนักโทษทางการก็จงติดตามข้ากลับไปสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เช่นนั้นถึงจะรักษาชีวิตของเจ้าไว้ได้!”
“กลับสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์? เจ้าคิดว่าเป็นไปได้งั้นหรือ?” ลู่เฉินตอบกลับ
ซือตู๋เทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ด้วยวิชาความสามารถของเจ้า เพียงแค่กลับไปยังสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์และไปคุกเข่าสำนึกผิดกับเหล่าผู้อาวุโส เจ้าก็ย่อมสามารถกลับไปเป็นศิษย์สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์เช่นเดิมได้ ถึงครานั้น พวกเราสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ก็จะส่งคนไปรายงานราชสำนักเพื่อช่วยแก้ต่างให้เจ้าเอง!”
เมื่อผู้คนได้ฟังคำของซือตู๋เทียน ก็พลันรู้ว่าอีกฝ่ายมาเพื่อพาตัวลู่เฉินกลับไปยังสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง
แต่สือเซียวกลับไม่ยินดีด้วยสักนิด “ท่านอาจารย์ เหตุใจจึงต้องพาเขากลับไป?”
“ไอ้คนอัปยศ!” ซือตู๋เทียนตวาดขึ้น ทำให้สือเซียวหยุดคำพูดลงทันที จากนั้นซือตู๋เทียนก็หันไปกล่าวกับลู่เฉินต่อ “เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”
ลู่เฉินคลี่ยิ้มออกมา “อยากให้ข้ากลับไปสำนักฟ้าศักดิ