้วยสีหน้าที่ดูไม่ดีนัก “ล้วนเป็นเพราะข้าไม่ได้ดูแลให้ดี!”
“เอาล่ะ ข้าไม่ได้จะเอาผิดเจ้า”
“เจ้าสำนัก แล้วจากนี้ท่านจะ…?” ไป๋อู่จินกำลังจะเอ่ยถามจนจบ ปิงหลิวหลีก็เอ่ยปากขึ้นมาก่อน “ข้าต้องกักตนสักระยะ และในช่วงเวลานี้ สำนักนี้จะมอบให้เจ้าจัดการ หากมีความเปลี่ยนแปลงอันใด อย่าลืมส่งจดหมายให้ข้า!”
ไป๋อู่จินตอบว่า “ขอรับ!”
ครู่ต่อมาปิงหลิวหลีพลันสวมหน้ากากแต่งตัว และหายตัวไปจากบริเวณนั้น
…
หลังจากที่ลู่เฉินและเจี่ยลัวลงจากภูเขาเก้าสุขสงบ ขณะผ่านเมืองเฟิงเฉิง คนตัดฟืนที่อยู่นอกเมืองเห็นลู่เฉินเข้า เจ้าตัวพลันก็รู้สึกประหลาดใจ “เจ้าไม่ใช่นายน้อยของตระกูลลู่หรือ?”
“อืม” ลู่เฉินส่งเสียงตอบรับ
คนตัดไม้วางท่อนไม้ลงแล้วมองไปรอบ ๆ พลางพูดว่า “เจ้ารีบหนีไปเถิด ไปได้ไกลเท่าไหร่ก็เท่านั้น!!”
“หนี?” ลู่เฉินสงสัยว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร
“ตอนนี้ในเมืองมีประกาศจับเจ้าอยู่ทุกที่!” คนตัดฟืนพูดอย่างร้อนใจ ส่วนลู่เฉินก็ขมวดคิ้ว “ประกาศจับข้า?”
“เจ้าเมืองบอกว่าร้านค้าตระกูลลู่ของเจ้าขายสินค้าปลอม ดังนั้นพวกเขาจึงเข้าตรวจสอบ และยังบอกว่าตระกูลลู่ของเจ้าเลี้ยงปีศาจ จึงยึดทุกอย่างของตระกูลเจ้าไป!” คนตัดฟืนเอ่ยมาถึงยามนี้ก็ถอนหายใจ ราวกับว่ากำลังเสียดายแทนตระกูลลู่อย่างไรอย่างนั้น
ลู่เฉินมีสีหน้าเคร่งขรึม “คนของตระกูลลู่ล่ะ?”
“ตระกูลลู่? แน่นอนว่าพวกเขาถูกขังอยู่ในจวนเจ้าเมืองแล้ว” คนตัดฟืนถอนหายใจ ขณะที่ลู่เฉินมอ