ฮยจะหวนกลับมาอีก ทำให้ผู้เฒ่าอ้วนได้แต่ตอบกลับมาว่า “ขอรับ!”
จากนั้นผู้เฒ่าอ้วนก็ขอให้ศิษย์เหล่านั้นช่วยกำจัดศพทั้งหลาย
ลู่เฉินที่อยู่ด้านข้างพลันกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะดูแลสำนักด้วยความประณีตบรรจง!”
“ข้าก็เป็นเช่นนี้มาตลอด!” ปิงหลิวหลีที่ได้รับคำชมรู้สึกเขินอายเล็กน้อย ส่วนลู่เฉินก็ยิ้มอย่างจนปัญญา “ช่วงนี้เจ้าอยู่ในถ้ำสุขสงบของเจ้าเถิด!”
”เพราะเหตุใด?”
“เจ้าได้รับบาดเจ็บ และผู้อาวุโสเฮยก็อาจเอาความโกรธมาลงที่เจ้า!”
“มาก็มา ข้ากลัวเขาหรือ?” ปิงหลิวหลีพูดอย่างมีน้ำโห ส่วนลู่เฉินก็ฉีกยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “เช่นนั้นข้าไปก่อนนะ”
“จะไปไหนหรือ?” ปิงหลิวหลีได้ยินว่าลู่เฉินกำลังจะจากไปก็ร้อนใจทันที
ลู่เฉินต้องเติมเต็มจุดชีวิตที่เหลืออยู่ เขาจึงเอ่ยว่า “ข้าจะไปฝึกฝน”
“แต่หากไปคนเดียวมันอันตรายยิ่ง”
“วางใจ ผู้ที่ทำให้ข้าตายได้ยังไม่ปรากฏตัว!” ลู่เฉินยิ้มอย่างมั่นใจ จากนั้นก็พาเจี่ยลัวจากไป
ส่วนปิงหลิวหลี นางก็ได้เอ่ยอย่างสงสัยว่า “แล้วเจ้าจะกลับมาเมื่อไหร่?”
“เมื่อใกล้งานประลองสิบสำนัก ข้าจะกลับมา!” หลังจากที่ลู่เฉินกล่าวจบ เขาก็บอกลานาง ปิงหลิวหลีรู้สึกอาลัยอาวรณ์เล็กน้อย และพึมพำกับตัวเองว่า “เหตุใดข้าถึงอยากไปกับเขาด้วยนะ? ”
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ปิงหลิวหลีก็หันกายไปพบผู้อาวุโสไป๋อู่จิน
“อาวุโสไป๋ เจ้ารู้เรื่องผู้อาวุโสเฮยหรือไม่?” ปิงหลิวหลีมองไป๋อู่จิน ซึ่งเขาก็ตอบกลับมาด