านที่ทั้งเก้าชาติภพที่ลู่เฉินเคยไป และปีศาจนั้นย่อมเป็นตัวแทนของพลังของปีศาจ
มาร พลังของมาร และภูต พลังของภูต….
ส่วนอสูร เซียน มนุษย์ ศพ และวิญญาณ ทั้งห้าชนิดนี้ลู่เฉินหาได้ทันที ทว่าปีศาจ มาร ภูต และแมลง ทั้งสี่ชนิดนั้นค่อนข้างหายาก
ทว่าลู่เฉินก็ต้องจัดการกับปัญหานี้ให้ได้!
ด้วยเหตุนี้ลู่เฉินจึงเดินไปหาหมาป่ายมโลกเก้าหาง และเมื่อทุกคนเห็นว่าชายหนุ่มตื่นแล้ว พวเขาก็ทยอยกันเดินมา จากนั้นก็เป็นปิงหลิวหลีที่พบบางสิ่งที่น่าตกใจเข้า นางจึงเอ่ยว่า “ขั้นกลั่นลมปราณระดับสิบ?”
โจวอวี๋เองก็สูดลมหายใจเข้าไปเฮือกหนึ่งเช่นกัน “เพิ่งจะผ่านไปไม่กี่วันเท่านั้น เพียงพริบตา… เจ้าก็แข็งแกร่งขนาดนี้แล้ว?”
ลู่เฉินพลันฉีกยิ้ม “แล้วพวกเจ้าล่ะ? คงไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอกกระมัง?”
โจวอวี๋เป็นคนรักหน้าตาตนเองไม่น้อย ดังนั้นเขาจึงรีบเอ่ยปากพูดทันทีว่า “เรื่องนั้น ให้เวลาข้าหนึ่งปี ข้าจะต้องอยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ได้แน่!”
ส่วนปิงหลิวหลีเอ่ยอย่างลังเล “ข้าบาดเจ็บ ดังนั้นแน่นอนว่าย่อมไม่มีความเปลี่ยนแปลงมากนัก!”
อีกด้าน เจี่ยลัวล้างพิษไปไม่น้อย ดังนั้นเขาจึงส่งเสียงอืออาด้วยความตื่นเต้น
ลู่เฉินมองไปทางหมาป่ายมโลกเก้าหางและเอ่ยสั่งว่า “เจ้า… มาโจมตีข้า!”
“อันใดนะ?” หมาป่ายมโลกเก้าหางตกตะลึง ทว่าลู่เฉินกลับส่งยิ้มหวานให้อีกฝ่าย “วางใจ ข้าเพียงอยากทดสอบพลังของข้าดู!!”
ทุกคนมองหน้ากันไปมา พากันสงสัยว่าลู่เฉิน