ตามเขา พวกเจ้าจะออกไปได้!”
ทุกคนพลันตื่นเต้นด้วยความดีใจ!
ไม่ว่าเถ้าแก่อู๋จะทำการควบคุมค่ายกลแห่งนี้อย่างไร เขาก็ไม่สามารถบงการให้ค่ายกลโจมตีลู่เฉินและคนอื่น ๆ ได้
”ให้ตายสิ!” เถ้าแก่อู๋ตะโกนออกมาด้วยโทสะ
ผ่านไปครู่หนึ่ง หลังจากที่ทุกคนพบเห็นแสงสว่างตรงทางออก พวกเขาก็วิ่งไปด้วยความประหลาดใจ แล้วปีนออกไปด้านนอกทีละคน
ลู่เฉินหันไปบอกโจวอวี๋ “เจ้าก็ออกไปด้วย”
“แล้วเจ้าเล่า?” โจวอวี๋สงสัยทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีคล้ายไม่คิดจะออกไป
ลู่เฉินเพียงยิ้มแล้วกล่าวว่า “ข้าจะจัดการไอ้แก่นั่นเสียหน่อย!”
”ลำพังเพียงแค่เจ้า?”
ทว่าลู่เฉินไม่ตอบ เพราะเขาเดินหายเข้าไปในม่านหมอกพร้อมกับเจี่ยลัวเสียแล้ว
เมื่อมองไม่เห็นพวกเขาอีก โจวอวี๋จึงบ่นขึ้นมา “เจ้าคนผู้นี้ …ข้าไม่เข้าใจเขาเลย!”
…
จากนั้นเพียงไม่นาน ลู่เฉินก็พบเถ้าแก่อู๋ที่ซ่อนตัวอยู่ ณ ที่หนึ่ง
เถ้าแก่อู๋เห็นว่าโจวอวี๋ไม่ได้ติดตามมาด้วยก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “เจ้าหนู เจ้านี่ใจกล้าดีนะ!”
“แน่นอน เพราะข้าต้องการกำจัดขยะอย่างเจ้า!” ลู่เฉินจ้องไปยังเถ้าแก่อู๋ ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำทีคล้ายได้ยินเรื่องตลกอย่างไรอย่างนั้น ชายแก่หัวเราะลั่นพลางเอ่ยว่า “ลำพังแค่เจ้าน่ะหรือ?”
ลู่เฉินเผยรอยยิ้มแฝงเลิศนัย “ข้าได้ปรับเปลี่ยนค่ายกลนี้แล้ว เจ้าออกไปไม่ได้หรอก!”
เถ้าแก่อู๋ไม่เชื่อ จึงพยายามที่จะออกไป ทว่าเมื่อเขาเดินไปได้ไม่นาน กลับพบว่าตนเองกำลังวิ่งชนกับผนังถ้ำ!
“เก