ิดอะไรขึ้น?”เถ้าแก่อู๋เบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ขณะที่ลู่เฉินยิ้มเยาะ “บอกข้ามา เหตุใดเจ้าจึงใส่ร้ายศิษย์น้องของเจ้า!”
เถ้าแก่อู๋ปฏิเสธ “ข้า… ข้าไม่ได้ใส่ร้าย!”
“โอ้ อย่างนั้นรึ?” น้ำเสียงของลู่เฉินเข้มขึ้น ขณะที่เถ้าแก่อู๋ไม่ต้องการจะโต้เถียงกับลู่เฉินให้เสียเวลา “อย่าเสียเวลาอีกเลย เจ้าจงตายเสียเถอะ!”
ทันใดนั้นในมือเถ้าแก่อู๋พลันปรากฏลูกไฟสีมรกตกะพริบขึ้นทีละลูก ก่อนที่พวกมันจะกลายเป็นศร และพุ่งเข้าใส่ลู่เฉินทันที!
ฟิ่ว! ฟิ่ว! ฟิ่ว!
เจี่ยลัวเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งไปด้านหน้าลู่เฉินเพื่อกำบัง ก่อนจะขยับมือคล้ายต้องการจะใช้วิชาบางอย่าง
ก่อนที่ในเวลาต่อมา เถาวัลย์สีเขียวจำนวนนับไม่ถ้วนจะกลายเป็นเกราะป้องกันขนาดใหญ่! ทำให้ลูกธนูเหล่านั้นไม่อาจเจาะเข้ามาถึงเป้าหมายได้
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เถ้าแก่อู๋รู้สึกแปลกใจ เพราะเกราะเถาวัลย์นี้ดูแห้งเหี่ยว ปราศจากไอแห่งความมีชีวิตชีวา
“เจ้า… เจ้าไม่ใช่ศิษย์น้องของข้า!” สีหน้าของเถ้าแก่อู๋พลันเปลี่ยนไป
ในขณะที่เจี่ยลัวเพียงหัวเราะออกมา…
เถ้าแก่อู๋ยังไม่เข้าใจแม้แต่น้อย ก่อนจะเป็นลู่เฉินที่เอ่ยถามเจี่ยลัวว่า “มันเกิดอะไรขึ้นกับอาจารย์ของเจ้ากันแน่?”
คำถามนี้ทำให้เถ้าแก่อู๋สงสัยถึงตัวตนของอีกฝ่าย “ชายคนนี้เป็นใคร?”
ครั้นลู่เฉินได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากเจี่ยลัวแล้วจึงรู้ว่า
…แท้จริงแล้วอาจารย์ของเจี่ยลัวถูกสัตว์อสูรในหุบเขาเมฆาอสูรฆ่าตาย และในขณะที่กำลังจะต