าย อีกฝ่ายก็ได้มอบคัมภีร์บางอย่างให้เจี่ยลัว!
เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ลู่เฉินจึงหันไปกล่าวกับเถ้าแก่อู๋ว่า “ที่แท้อาจารย์ของเจ้าก็ถูกสัตว์อสูรฆ่าตาย ย่อมหมายความว่าการตายครั้งนั้นไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเจี่ยลัว!”
ทว่าเถ้าแก่อู๋กลับแย้งขึ้น “เป็นเขานั่นแหละที่ฆ่าอาจารย์! ข้ามีหลักฐาน!”
“หลักฐาน?” ลู่เฉินรู้สึกสงสัยขึ้นมา เถ้าแก่อู๋จึงหยิบหินก้อนหนึ่งออกมา ก่อนจะฉีดพ่นพลังปราณเข้าไป ทำให้หินฉายภาพบางอย่างออกมา!
ในภาพปรากฏให้เห็นชายผู้หนึ่งได้แทงชายชราด้วยดาบ ก่อนจะค้นหยิบเอาบางอย่างมาจากชายชราผู้นั้น
ลักษณะท่าทางของผู้ลงมือสังหารชายชรานั้นเหมือนกับเจี่ยลัวไม่ผิดเพี้ยน เพียงแค่ดูอ่อนวัยกว่าเล็กน้อย…
ครั้นเห็นภาพเหล่านี้ เจี่ยลัวพลันกรีดร้องลั่น รีบบอกปัดทันทีว่าไม่ใช่ตน!
ขณะที่ลู่เฉินเพียงจ้องไปยังหินก้อนนั้น เขาพบว่ามันคือศิลาบันทึกภาพ ซึ่งมีคุณสมบัติในการบันทึกภาพ และยังเห็นได้ชัดว่าศิลาบันทึกภาพก่อนนี้ถูกดัดแปลง!
ชายหนุ่มจึงหันไปเอ่ยกับเถ้าแก่อู๋ว่า “เจ้าช่วยนำศิลาบันทึกภาพก้อนนี้มาให้ข้าดูชัด ๆ ได้หรือไม่?”
เถ้าแก่อู๋เริ่มกังวล “เหตุใดข้าจึงต้องให้เจ้าด้วย?”
“ให้ข้าดู เพราะข้าอยากรู้ว่าภาพนี้มันจริงหรือลวงกันแน่!”
“เจ้าคิดว่าสิ่งนี้มันปลอมกันได้หรือ?” เถ้าแก่อู๋สงสัย ก่อนจะเห็นรอยยิ้มชั่วร้ายจากชายหนุ่ม “ในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนทั้งนั้นแหละ!”
ทว่าเถ้าแก่อู๋กลับยังคงถือมันไว้พลางจ้