องเขม็งไปที่อีกฝ่าย “ข้าไม่ให้!”
“หากไม่ให้ เช่นนั้นเจ้าก็อย่าหวังเลยว่าจะได้ออกไป!”
เถ้าแก่อู๋ไม่เชื่อ เขาพยายามเดินหาทางออก แต่กลับทำได้เพียงเดินวนอยู่กับที่
สุดท้าย…. จึงลงเอยด้วยการโยนศิลาบันทึกภาพให้ลู่เฉินอย่างจำยอม
ลู่เฉินหยิบหินดังกล่าวขึ้นมา หลังจากสังเกตมันอย่างถี่ถ้วนก็พบอักขระยันต์บางอย่าง!
อักขระยันต์นี้มีหน้าที่ปรับเปลี่ยนภาพ ซึ่งมันสามารถบันทึกภาพใดก็ได้ดั่งใจต้องการ!
ชายหนุ่มไม่รอช้า เร่งใช้ ‘เคล็ดทลายอักขระ’ ที่ได้ร่ำเรียนเมื่ออยู่ในแดนเซียน
นิ้วมือของชายหนุ่มขยับไหวไม่หยุด ก่อนที่อักขระยันต์เหล่านั้นจะสั่นไหว …แล้วสลายหายไปอย่างช้า ๆ
เมื่ออักขระยันต์เหล่านั้นหายไป ลู่เฉินก็เร่งปล่อยพลังปราณเข้าไปในหินนั้น ภาพบางอย่างที่ถูกบันทึกไว้จึงปรากฏขึ้น!
ภาพเหล่านี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เพราะมันเป็นภาพของชายชราที่ถูกสัตว์อสูรฆ่า โดยมีเจี่ยลัวนั่งร่ำไห้อยู่ด้านข้าง ก่อนจะเป็นชายชราที่มอบคัมภีร์ให้เจี่ยลัว
ครั้นเจี่ยลัวเห็นภาพนี้ คนหนึ่งพลันเงียบงัน ขณะที่อีกคนก็กล่าวออกมาอย่างตระหนก “ไม่… มันเป็นไปไม่ได้!”
“ใครให้ศิลาบันทึกภาพก้อนนี้แก่เจ้า?” ลู่เฉินรู้ดีว่าเถ้าแก่อู๋ยังอยู่ในขั้นสร้างรากฐาน ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะใช้อักขระยันต์ประเภทนี้ได้
เถ้าแก่อู๋กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าทันใดนั้นเขาก็กรีดร้องโหยหวนและล้มลงกับพื้น ก่อนที่เลือดมากมายจะทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด!
เพียง