อึดใจหนึ่ง ร่างกายของเถ้าแก่อู๋ก็แข็งทื่อไปแล้ว!
เจี่ยลัวตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะที่ลู่เฉินเดินเข้าไปตรวจสอบ
ชายหนุ่มพบอักขระยันต์ภายในตันเถียนของอีกฝ่าย มันคืออักขระยันต์สีดำที่อ่านได้ว่า ‘หุ่นเชิด’
เจี่ยลัวยังคงยืนนิ่งงันด้วยความตกใจ
ในขณะที่ลู่เฉินกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “เขามีอักขระยันต์หุ่นเชิดอยู่ในร่างกาย และมันก็ซ่อนได้แนบเนียนทีเดียว ข้าจึงตรวจไม่พบในคราแรก”
“หมายความว่า มีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้?” เจี่ยลัวถามอย่างโกรธแค้น ลู่เฉินจึงพยักหน้า “ดูเหมือนว่าในสำนักค่ายกลสวรรค์จะมีคนคิดร้ายกับเจ้า! และขั้นพลังของคนผู้นั้นก็ไม่อ่อนแอเพราะถึงขั้นที่สามารถใช้อักขระยันต์ได้!!”
“หรือว่าจะเป็น… เขา!” สีหน้าของเจี่ยลัวพลันเปลี่ยนไป
”ผู้ใด?”
“อาจารย์ของข้าบอกว่าในสำนักค่ายกลสวรรค์ มีปรมาจารย์อักขระยันต์ผู้ทรงพลังที่มุ่งหมายเอาชีวิตพวกข้าอยู่ ดังนั้นอาจารย์และข้าจึงเดินทางมายังหุบเขาเมฆาอสูร เพื่อดูว่ามีวิธีใดหรือไม่ที่จะจัดการกับคนผู้นั้นได้ แต่อาจารย์ข้ากลับถูกสัตว์อสูรฆ่าตายไปเสียก่อน เหลือแค่ตัวข้าที่รอด”
เจี่ยลัวนึกถึงเหตุการณ์ในครานั้นก็พลันน้ำตาไหล
ลู่เฉินจ้องศิลาก้อนนั้นและเอ่ยว่า “บางที… มันอาจจะไม่ใช่สัตว์อสูรที่ฆ่าอาจารย์เจ้า แต่เป็นปรมาจารย์อักขระยันต์นั่นที่วางแผนร้ายไว้!”
“แผนร้าย?”
“ภาพนี้ต้องถูกบันทึกในระยะใกล้แน่นอน และต้องมีใครบางคนบันทึกมันตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยวิธีท