เหงื่อท่วมไปทั่วกาย
ทว่าโชคดีที่หน่ออ่อนเชื่อมต่อกับกระดูกภายในร่างแล้ว ความเจ็บปวดจึงบรรเทาลงอย่างรวดเร็ว
“รากวิญญาณสวรรค์ผกผัน!” เมื่อเห็นสิ่งนี้ ลู่เฉินพลันรู้สึกประหลาดใจระคนดีใจ
ทันใดนั้น พลังปราณในกายก็เต็มเปี่ยม ยิ่งไปกว่านั้น มันยังสูงขึ้นอีกด้วย
นอกจากนี้… ลู่เฉินยังพบว่ารากวิญญาณสวรรค์ผกผันที่ปลูกในจุดตันเถียนยังทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั่วกาย หากแต่ผลลัพธ์ของมันในขณะนี้ ยากที่จะสังเกตพบได้โดยง่าย
เพราะลู่เฉินในยามนี้เพิ่ง ‘เพาะปลูก’ รากวิญญาณสวรรค์ผกผันขั้นแรกเท่านั้น และรากวิญญาณสวรรค์ผกผันนั้นก็มีมากถึงสิบขั้นจึงจะสมบูรณ์ ทว่ากระบวนการนี้ต้องใช้เวลานาน ยิ่งไปกว่านั้น… ยังต้องใช้พลังมหาศาล!
ดังนั้นลู่เฉินจึงถือโอกาสนี้ใช้ค่ายกลรวบรวมลมปราณดูดซับพลังปราณจากฟ้าดินโดยรอบเข้าสู่ร่างกายอย่างบ้าคลั่ง
พลังปราณที่เข้มข้นถึงเก้าเท่านี้ทำให้รากวิญญาณสวรรค์ผกผันของลู่เฉินเปลี่ยนไปทีละนิด เช่นเดียวกับ ‘เคล็ดควบกลั่นลมปราณ’ ที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ขั้นพลังของลู่เฉินก้าวกระโดดจากระดับห้า ไประดับหก กระทั่งไปสู่ระดับเจ็ด ก่อนจะหยุดลง… เนื่องจากความเข้มข้นของปราณฟ้าดินรอบตัวไม่เพียงพอที่จะประคับประคอง ‘เคล็ดควบกลั่นลมปราณ’ รวมทั้งพัฒนารากวิญญาณสวรรค์ผกผันต่อไปได้
ด้วยเหตุนี้ลู่เฉินจึงลุกขึ้นและเอ่ยว่า “พอเท่านี้ก่อน”
“เจ้า… ไม่เป็นอะไรแน่นะ?” เมื่อเห็นว่าลู่เฉินตัวเปีย