งไม่ได้รับผลข้างเคียงจากการโจมตีของซากศพเหล่านั้นด้วย!
ไม่เพียงแค่นั้น ‘ราชันย์ซากศพ’ ยังมีปราณแห่งจอมราชันย์ เขาจึงเป็นเสมือนราชาแห่งเหล่าซากศพทั้งมวล!
ดังนั้นเมื่อลู่เฉินมองไปที่ซากศพนั้น มันก็พลันถอยห่างออกไปด้วยความตกใจ ถึงขนาดกระโดดกลับเข้าไปในโลงศพ จากนั้นก็ปิดฝาโลงเสร็จสรรพ บรรยากาศโดยรอบจึงเงียบกริบขึ้นมาทันใด
“…นี่มัน?” ทุกคนต่างมึนงง นึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
จากนั้นลู่เฉินก็เลิกใช้ ‘เคล็ดหวนชีพ’ และกลับคืนสู่สภาพเดิม
ส่วนโจวอวี๋ยังคงตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น “เจ้าเป็นอันใดหรือไม่?”
ลู่เฉินหันกลับมายิ้มให้อีกฝ่าย “คิดว่าข้าจะเป็นอันใดงั้นหรือ?”
“นะ… นี่มันเป็นไปได้อย่างไร เจ้าเพิ่ง…” โจวอวี๋ไม่อาจลืมฉากที่เพิ่งเกิดได้ และคนอื่น ๆ เองก็เช่นกัน
“เจ้าอย่าเพิ่งไปไหน รอข้ากลับมาก่อน!” หลังจากที่ลู่เฉินเอ่ยจบ เขาก็เดินไปเปิดฝาโลงแล้วกระโดดเข้าไป ก่อนจะปิดฝาโลงอีกครั้ง
ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างตกตะลึง
โจวอวี๋อยากตามอีกฝ่ายเข้าไป แต่เมื่อนึกถึงซากศพอันน่ากลัว เขาก็ได้แต่อดทนไว้พลางเผยสีหน้าสงสัยออกมา “เมื่อครู่นี่ เขาทำอันใดกันแน่?”
….
ภายในโลงศพนี้มีขั้นบันได และใต้ขั้นบันไดก็มีห้องลับปรากฏอยู่
และในห้องลับนี้ก็มีค่ายกลอยู่ด้วย!
ลู่เฉินเดินผ่านค่ายกลเข้ามาในห้องโถงใหญ่
เขาพบว่าภายในห้องโถงนี้มีซากศพตนนั้นกำลังนั่งขัดสมาธิเพื่อพักผ่อนอยู่ แต่หลังจากที่ลู่เฉินปรากฏตัว มันก็พลันตื่นตั