วและส่งเสียงคร่ำครวญ
“เจ้ากลายเป็นซากศพได้อย่างไร?” ลู่เฉินถามอีกฝ่าย ทว่าภาษาที่อีกฝ่ายตอบกลับมานั้นยากที่จะเข้าใจได้
ทว่านั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับลู่เฉิน “ไม่ต้องกังวล รอข้าเปลี่ยนสภาพก่อน แล้วข้าก็จะรู้ว่าเจ้าพูดอันใด”
ลู่เฉินกระตุ้นพลังของ ‘ราชันย์ซากศพ’ จากนั้นก็เอ่ยด้วยเสียงอันดังก้อง
“เจ้าเป็นใคร เหตุใดถึงกลายเป็นซากศพ?”
ซากศพตนนั้นเข้าใจสิ่งที่ลู่เฉินพูด มันจึงดูตกใจยิ่งนัก “เจ้าพูดภาษาศพได้?”
“นั่นไม่สำคัญ” ลู่เฉินยิ้มให้อีกฝ่าย
ซากศพนั้นจึงทอดถอนใจ และเริ่มเล่าว่า “ข้าเป็นปรมาจารย์ค่ายกล ต่อมาพบชีพจรวิญญาณใต้พิภพบริเวณนี้ จึงจัดวางค่ายกลซ่อนชีพจรวิญญาณนี้ไว้ และวางแผนที่จะฝึกบ่มเพาะ ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าข้าจะถูกหนอนซากศพกัดเข้า!”
ลู่เฉินได้ยินเช่นนั้นก็ฉีกยิ้ม ก่อนจะถามออกไปว่า “เช่นนั้นแล้ว เจ้ามีนามว่าอะไร?”
”เจี่ยลัว”
“เจ้าอยากออกไปหรือไม่?” ลู่เฉินมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม ทว่าเจี่ยลัวกลับเอ่ยอย่างหดหู่ใจว่า “หน้าตาข้ากลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว หากออกไปย่อมทำให้ผู้คนหวาดกลัว ยิ่งไปกว่านั้น แสงภายนอกก็ยังทำให้ข้าเจ็บปวด!”
ทว่าลู่เฉินเข้าใจปัญหานี้ดี “ข้ามีวิธีที่จะทำให้ร่างกายภายนอกของเจ้าดูเหมือนมนุษย์ และทำให้ออกไปได้โดยไม่ต้องกลัวแสงอีก แต่ปัญหาด้านการสื่อสารนั้นยังคงมีอยู่”
“จริง… จริงหรือ?” เจี่ยลัวอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว เขาต้องการกลับสู่โลกปกติ ดังนั้นเมื่อได้ยินสิ่งนี้ก็พลันตื่