์ขนเพลิงก็เหลือเพียงแผ่นหนังแห้งกรอบเท่านั้น
“ต้องการหรือไม่?” ลู่เฉินส่งแผ่นหนังอันแห้งกรอบของอสูรขนเพลิงให้โจวอวี๋ที่อยู่ตรงหน้า
โจวอวี๋ถึงกับมองตาค้าง “แล้ว แล้วกระดูกศีรษะเล่า?”
“หากเจ้าใช้อาวุธกลืนอสูรของเจ้าได้ ข้าก็ย่อมมีวิธีกลืนกระดูกอสูรเช่นกัน” ลู่เฉินฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี
ผู้คนที่ได้ฟังจนถึงยามนี้ต่างก็ตัวสั่นงันงก
“กลืน กลืนกระดูกอสูร…”
“นี่ นี่มันพลังอะไร?”
บัดนี้พวกเขาสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของลู่เฉินแล้ว
ปิงหลิวหลีเองก็เช่นกัน หญิงสาวยังคงจ้องมองแผ่นหนังอันแห้งกรอบด้วยสีหน้าตกตะลึง ในขณะที่ลู่เฉินส่งแผ่นหนังนั้นให้โจวอวี๋ แล้วนั่งขัดสมาธิลง
“ชายผู้นี้คิดจะทำอะไรกันแน่?” พวกเขาต่างก็เผยสีหน้าแปลกประหลาดออกมาเมื่อเห็นการกระทำของลู่เฉิน
โจวอวี๋เห็นเช่นนั้นก็ใช้หอกยาวชี้ไปหาอีกฝ่าย “เจ้า เจ้าอย่ามาล้อเล่นกับข้า!”
ลู่เฉินยังคงหลับตา จิตสัมผัสของเขากำลังสำรวจภายในร่างกายของตนเอง
หลังจากที่กลืนกระดูกราชสีห์ขนเพลิงเข้าไป มันก็ผสานเข้ากับลำแสงสีเขียว และแสงสีเขียวนั้นก็ได้กลายเป็นแสงดาวสีเขียว ก่อนจะทะลักเข้าไปในจุดชีวิตที่เก้าอันริบหรี่
ครู่ต่อมา จุดแสงที่เก้านั้นก็แข็งแกร่งขึ้น
ทันใดนั้น ลู่เฉินก็พลันเห็นฉากที่น่าประหลาดใจ
จุดชีวิตทั้งแปดต่างโคจรรอบจุดชีวิตที่เก้า ไม่เพียงแค่นั้น เพราะแม้แต่พลังปราณอันอ่อนแอที่แผ่ออกมาจากจุดชีวิตที่เก้า ก็ยังทำให้ระดับความเข้มข้นของปราณในจุดต