ารเข้าร่วมสำนักเซียน ดังนั้นข้าย่อมไม่สนใจอยากเข้าร่วมสำนักเก้าสุขสงบ!”
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะไม่บอกเจ้า” ลู่เฉินยิ้มให้อีกฝ่าย ขณะที่โจวอวี๋เองก็ยิ้มประหลาดออกมา “แล้วเจ้าคิดว่าเจ้ามีโอกาสต่อต้านงั้นหรือ?”
หลังจากเอ่ยจบ โจวอวี๋ก็พลันหยิบหอกของเขาออกมา
ปิงหลิวหลีร้องด้วยความตกใจ “ระวัง!”
เมื่อสบโอกาส สือเซียวก็กระโจนออกไป แล้วหันไปกล่าวกับโจวอวี๋ด้วยรอยยิ้ม “คุณชายโจว หากท่านกำจัดเขา ข้าจะให้ศิลาวิญญาณระดับต่ำจำนวนแสนก้อน!”
ผู้คนต่างคาดไม่ถึงว่าสือเซียวจะใช้โอกาสนี้ล่อเหยื่อให้ตกหลุมพราง
ไม่เพียงแต่สือเซียวเท่านั้น แม้แต่หลิวหยุนซานก็ออกมาร่วมด้วย “ข้าเองก็จะให้แสนก้อนเช่นกัน!”
ทุกคนต่างถอนหายใจ
ขณะที่ทางด้านปิงหลิวหลีนั้น นางต้องต่อสู้พัวพันอยู่กับราชสีห์ขนเพลิง จึงไม่สามารถลงมือกับสองคนนั้นได้
แต่ใครจะรู้ว่าโจวอวี๋กลับจ้องมองคนทั้งสองด้วยสายตาดูถูก “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร?”
ท่าทีดังกล่าวทำให้ทุกคนสับสน ส่วนสือเซียวคิดว่าเงินอาจไม่เพียงพอ จึงเอ่ยว่า “ข้ามาจากตระกูลสือ และหากเจ้าเต็มใจที่จะช่วยข้าเรื่องนี้ ในอนาคตเจ้าจะได้เป็นแขกผู้มีเกียรติของตระกูลสือ”
“แม้แต่แดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสาม ข้ายังบอกปัด แล้วเจ้าคิดว่าตระกูลสือของเจ้ามีตัวตนอันใด?” คำพูดคำจาของโจวอวี๋ทำให้ลู่เฉินนึกชื่นชมไม่น้อย
ทว่าใบหน้าของสือเซียวพลันบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เขาก่นด่าสาปแช่งโจวอวี๋อยู่ในใจ ‘ไอ้บัดซบนี่! เหตุใด