ก่อนว่าจะมีคนประดิษฐ์ของเช่นนี้ขึ้นมา
ส่วนปิงหลิวหลี นางได้แต่กล่าวอย่างกังวลใจว่า “ชุดป้องกันนี้มีค่ายิ่ง กล่าวกันว่ามันเป็นมรดกตกทอดของตระกูลสือ!”
ไม่เพียงแต่ปิงหลิวหลีเท่านั้น แม้แต่ผู้คนบนเนินเขาต่างก็ตกใจ
“ศาสตราวิญญาณระดับสุดยอด ชุดกันสัตว์อสูร!”
“นั่นใช่คนจากตระกูลสือหรือไม่?”
“ใช่ สือเซียวจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ คุณชายน้อยแห่งตระกูลสือ!”
…
เมื่อถึงระยะห่างเพียงห้าก้าว สือเซียวพลันหยุดฝีเท้า มุมปากของเขากระตุกยิ้ม “หากเจ้าไม่อยากตาย เช่นนั้นก็มีทางเดียว นั่นคือทำลายการบ่มเพาะทิ้ง แล้วจงคลานเยี่ยงสุนัขลอดหว่างขาข้าไป!!”
ปิงหลิวหลีคือใคร? นางคือเจ้าสำนักเก้าสุขสงบเชียวนะ การขอให้นางคุกเข่าเป็นสุนัขเพื่อเอาชีวิตรอดเช่นนี้ …อย่าได้หวัง! “คลานลอดหว่างขาคนอย่างเจ้า? เหอะ! อย่าให้ขำหน่อยเลย!”
“โง่เขลานัก หนทางรอดมีแต่กลับไม่เลือกเดิน เจ้าคิดว่าหากไม่มีข้าช่วยแล้วจะรอดไปได้จริง ๆ หรือ?” สือเซียวไม่รู้จักปิงหลิวหลี เขาจึงจ้องมองหญิงสาวอย่างเย็นชา
ปิงหลิวหลีรีบหันไปเร่งลู่เฉิน “เร็วเข้า ใช้อักขระยันต์นั่นอีกครั้ง แล้วเดี๋ยวข้าจะจัดการมันเอง!”
“ในสถานการณ์เช่นนี้ เจ้าย่อมไม่อาจจัดการเขาได้ แล้วไหนจะฝูงสัตว์อสูรนั่นอีก?” ลู่เฉินกล่าวออกไปตามตรง ส่งผลให้เจ้าสำนักสาวไม่พอใจขึ้นมา “หากเจ้ายังชักช้า ข้าจะเผาผลาญวิญญาณก่อกำเนิดของข้าเพื่อลงมือฆ่ามัน!”
ทว่าลู่เฉินยังคงไม่กังวล เขายิ้มออกมา ปา