ังนั้นเจ้าต้องสุภาพมากขึ้นยามพบเขา เข้าใจหรือไม่?” เสียงเย็นชาของปิงหลิวหลีดังออกมาจากถ้ำ
“ขอรับ!” เหล่าศิษย์ในสำนักพากันตอบรับด้วยความเคารพนอบน้อม
ฉินหลินพลันยินดีขึ้นมา ในขณะที่ผู้เฒ่าเหยาหยิบยาล้ำค่าที่เขาเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ออกมา และยกมันให้ลู่เฉิน “เอาไปสิน้องชาย ทั้งหมดนี้ข้าให้เจ้า!”
“ให้ข้างั้นหรือ?” ลู่เฉินพบว่าสมุนไพรเหล่านี้มีประโยชน์กับเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ในสายตาของผู้อาวุโสเหยา สิ่งเหล่านี้มีค่ามาก ดังนั้นเขาจึงพูดอย่างตื่นเต้นว่า “เพราะเจ้าช่วยข้า ดังนั้นจงรับมันไปเถอะ!”
“ตกลง!” ลู่เฉินรับมาอย่างเสียไม่ได้ ซึ่งมันก็ทำให้ผู้คนโดยรอบสงสัยว่าลู่เฉินไปช่วยผู้เฒ่าเหยาตอนใดกัน? ทว่าคนทั้งสองกลับไม่สนใจ ชายชราตบไหล่ลู่เฉินด้วยรอยยิ้มยินดี “เจ้าหนุ่ม ทำงานให้หนัก ไม่ช้าก็เร็วเจ้าจะกลายเป็นเจ้าสำนักได้แน่นอน!”
“อะแฮ่ม!”
เสียงกระแอมไอดังมาจากภายในถ้ำ ผู้เฒ่าเหยาจึงรู้สึกตัว ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “เอาล่ะ ข้าจะกลับไปที่หอโอสถก่อนนะ”
ผู้เฒ่าเหยาเอ่ยจบก็หันหลังกลับและจากไป แต่ก่อนที่จะออกเดินทาง ยังได้ขอให้ลู่เฉินมาเยี่ยมตัวเขาด้วย
เมื่อบรรดาศิษย์ในสำนักได้ยินเช่นนี้ สายตาพวกเขาต่างแสดงความริษยาออกมาโดยไม่ปิดบัง
อย่างไรก็ตาม ลู่เฉินไม่สนใจสายตาเหล่านั้น เขาหันไปหาฉินหลินที่กำลังยิ้ม แล้วกล่าวว่า “ท่านเองก็ไปเถอะ”
“ข้าหรือ?” ฉินหลินไม่คิดว่าลู่เฉินจะ ‘ไล่’ เขา
ลู่เฉินจึงกล่าวออก