ารหาราชสีห์ขนเพลิง!” กระดูกของมันคือสิ่งเดียวที่ลู่เฉินยังขาดอยู่ในตอนนี้ และเมื่อเมืองแห่งนี้อยู่ติดกับหุบเขาเมฆาอสูร เช่นนั้นก็อาจมีสิ่งที่เขาต้องการ! หรืออย่างน้อยแค่ได้ข้อมูลตำแหน่งของมันมาก็ยังดี!
ดังนั้นตั้งแต่เข้ามาในเมือง ลู่เฉินจึงกวาดสายตามองตลอดสองข้างทางว่ามีสิ่งของที่เขาต้องการหรือไม่
คำตอบของลู่เฉินสร้างความสงสัยให้ปิงหลิวหลี “เหตุใดเจ้าจึงต้องการตามหาราชสีห์ขนเพลิง?”
”นั่นไม่ใช่ธุระของเจ้า!”
“เจ้า!” ปิงหลิวหลีโกรธจัด ทว่านางไม่สามารถปลดปล่อยอารมณ์ออกมาได้ ทำได้เพียงบ่นพึมพำเสียงเบาดั่งแมวครวญ “ท่านบรรพชน ท่านจะให้ข้าฟังคนประเภทนี้ไปทำไมกัน?!”
ลู่เฉินหันมองไปรอบ ๆ ก่อนจะเห็นโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่ดูคึกคักยิ่ง และนามของมันก็คือ โรงเตี๊ยมเมฆาอสูร!
โรงเตี๊ยมแห่งนี้ดูมีชีวิตชีวาและคึกคัก จนแม้แต่เสี่ยวเอ้อก็ยุ่งวุ่นวาย ตัวคนแทบไม่ได้พัก ต้องคอยรับมือกับแขกจำนวนมาก
“ข้าจะหาที่นั่งก่อน ส่วนเจ้าจงไปหาข้อมูลมา” ลู่เฉินสั่งปิงหลิวหลีที่ถึงกับตะลึงงัน “อะไรนะ? …ให้ข้าถาม?!”
“หากไม่ใช่เจ้า แล้วจะให้เป็นข้าหรือ?”
ปิงหลิวหลีได้ยินแล้วพลันรู้สึกเหมือนหัวของตัวเองกำลังจะระเบิด!
นางเป็นถึงเจ้าสำนักผู้สง่างาม และอยู่ในขั้นก่อกำเนิดระดับต้น ทว่าตอนนี้กลับถูกคนอื่นเรียกใช้งาน… ดั่งสาวรับใช้!