้าไปใกล้ด้วยอารามตกใจปนสงสัย “ท่านบรรพชน?”
“จากนี้ไป เจ้าจะต้องทำทุกอย่างที่เขาขอให้ทำโดยปราศจากสงสัยใด… เข้าใจหรือไม่?” น้ำเสียงอันเย็นชาของจิ่วโหยวดังขึ้นจากรูปปั้นหิน
“อันใดนะเจ้าคะ?!” ปิงหลิวหลีถึงกับตกใจ ก่อนจะหันไปมองลู่เฉินด้วยสีหน้าประหลาดใจยิ่ง
ทว่าลู่เฉินเพียงยิ้มโดยไม่เอ่ยอะไรสักคำ
ทันทีที่นางเห็นรอยยิ้มของลู่เฉิน ก็พลันสังหรณ์ใจไม่ดีนัก “ท่านบรรพชน เหตุใดกัน…?”
“นี่คือคำสั่ง!” หลังจากที่จิ่วโหยวเอ่ยจบ รูปปั้นหินก็หยุดสั่น เช่นเดียวกับที่เสียงของจิ่วโหยวได้หายไปโดยสมบูรณ์
ปิงหลิวหลีมีความสงสัยอยู่เต็มอก
ลู่เฉินจ้องมองนางและสั่งว่า “เตรียมตัวให้พร้อม!”
“เตรียมตัว? …เจ้าหมายความว่าอย่างไร!?” ปิงหลิวหลียังคงสับสน
“ข้าจะไปที่หุบเขาเมฆาอสูร ส่วนเจ้า! …จงมากับข้าเสีย!”
หุบเขาเมฆาอสูรเป็นเทือกเขาสัตว์อสูรที่มีชื่อเสียงในบริเวณใกล้เคียงนี้
หากเป็นเมื่อก่อน ปิงหลิวหลีคงเข้าออกมันได้ตามใจชอบ แต่ตอนนี้นางได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบแย้งขึ้นว่า “ข้าจะไปที่นั่นได้อย่างไร… ในเมื่อข้าเป็นเช่นนี้?”
“ถ้าอยากหายจากอาการบาดเจ็บ เช่นนั้นก็จงตามข้ามา!” ลู่เฉินกล่าว ก่อนจะหันหลังเดินออกไป
เมื่อเห็นดังนั้น ปิงหลิวหลีก็รีบร้อนติดตามไป ขณะที่ในใจก็ได้แต่สงสัย และพึมพำเสียงเบาว่า “ข้าเป็นถึงเจ้าสำนัก แล้วเหตุใด…”
นางไม่เคยคาดคิดว่าหลังจากอัญเชิญ ‘ท่านบรรพชน’ ออกมา กลับกลายเป็นว่านางต้องมาทำตามคำสั่ง