จข้างั้นหรือ?” ลู่เฉินอดหัวเราะไม่ได้ ทว่าอีกฝ่ายพลันโต้กลับมาด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง “ข้าจะทำให้สำนักเก้าสุขสงบอับอายไม่ได้!”
“อับอาย?” ลู่เฉินไม่รู้ว่านางหมายถึงอะไร
“ในฐานะเจ้าสำนัก ข้ามีหน้าที่ปกป้องชื่อเสียงของสำนัก ทว่าเจ้ากลับพูดต่อหน้าทุกคนว่าไม่ต้องการตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์ หากข่าวนี้แพร่ออกไปเล่า? อะไรจะเกิดขึ้นกับชื่อเสียงเก้าสุขสงบของข้า?”
ทว่าลู่เฉินไม่เคยคิดในแง่นั้น เขาจึงได้กล่าวออกไปตามตรง “ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำให้สำนักเก้าสุขสงบต้องอับอาย!”
“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงอยากเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะคิดยกตำแหน่งนี้ให้ผู้อื่น?” หญิงสาวจ้องไปที่ลู่เฉินอย่างเอาเรื่อง
ลู่เฉินถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “ข้ามาที่นี่เพื่อหาวัตถุดิบล้ำค่าบางอย่าง แต่มีคนบอกว่าข้าจะสามารถใช้วัตถุดิบเหล่านั้นได้ก็ต่อเมื่อเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นข้า… ข้าจึงไม่มีอะไรจะแก้ตัว!”
“ดังนั้นเมื่อเจ้าได้สิ่งที่ต้องการมาแล้ว จึงคิดสะบัดก้นหนีจากไป?” นางถึงกับตกตะลึง และรู้สึกว่ามันออกจะไร้สาระ
ลู่เฉินพยักหน้า “ตามนั้น!”
ใบหน้าของผู้เป็นเจ้าสำนักแดงขึ้นมาเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่านางกำลังโกรธจัด “เช่นนั้นแล้วเจ้าคิดอย่างไรกับตำแหน่งเจ้าสำนักเก้าสุขสงบ?”
“แล้วตัวท่านเองเล่า คิดอย่างไร?” ลู่เฉินถามกลับ
หญิงสาวพลันกัดนิ้วชี้ขวาของตน ก่อนจะใช้โลหิตที่ไหลออกมาวาดเป็นลวดลายแปลก ๆ
“อัญเชิญบรรพชน?” ทันทีที่ลู่เฉินเห็นสิ่ง