ลงเล็กน้อย จนทำให้แม้แต่เคล็ดวิชาที่ใช้ก็ยังอ่อนแอลง ใช่หรือไม่?” ลู่เฉินถามกลับ ทำให้ดวงตาของผู้อาวุโสเหยาพลันเบิกกว้างด้วยความตกใจ “จ…จะ… เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“ข้ามีวิชาแพทย์อยู่นิดหน่อย!” คำตอบของลู่เฉินทำให้ผู้อาวุโสเหยามองฉินหลินด้วยความประหลาดใจ
ฉินหลินลังเลใจเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “เขานับว่ามีความรู้ด้านนี้อยู่บ้างจริง ๆ!”
ผู้อาวุโสเหยาได้ยินดังนั้นจึงรีบถาม “แล้วมีวิธีรักษาหรือไม่?”
“ข้าสามารถนำเนื้องอกที่คอออกได้ แล้วจะให้ใบสั่งยาแก่ท่าน ภายในสิบวันให้หลัง พิษในร่างกายของท่านจะถูกกำจัดอย่างสมบูรณ์!” ลู่เฉินกล่าวอย่างมั่นใจ
ครั้นผู้อาวุโสเหยาได้ยินเช่นนั้น เขาก็ถามอย่างตื่นเต้น “จริงหรือ?”
”แน่นอน!”
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็ขอรบกวนด้วย!” ผู้อาวุโสเหยาแสดงท่าทีกระตือรือร้น ลู่เฉินจึงขอยืมเข็มเงินจากฉินหลิน ก่อนที่คนทั้งคู่จะพากันเดินเข้าไปภายในห้อง
เมื่อเข้ามาด้านใน ชายหนุ่มบอกให้ผู้อาวุโสเหยานั่งลง ส่วนฉินหลินนั้นยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก
แม้ว่าผู้อาวุโสเหยาจะเป็นคนออกปากให้รักษา แต่เขาก็ยังรู้สึกลังเลใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าลู่เฉินยังอยู่เพียงขั้นกลั่นลมปราณระดับห้า
”บอกข้าที เจ้าเรียนรู้วิชาแพทย์มาจากที่ใด?!” ผู้อาวุโสเหยาถาม
“เรียนรู้ด้วยตนเอง!”
คำตอบของลู่เฉินทำให้ผู้อาวุโสเหยาตื่นตระหนก “แล้วเจ้าเคยพบหรือรักษาอาการเช่นนี้มาก่อนหรือไม่?”
”ไม่เคย!”
ครั้นได้ยินดังนั้น ผู้อาวุโสเหยาพลันลุกขึ้น