ทักษิณา แต่พอใจกับสถานะ ‘บุตรศักดิ์สิทธิ์’ เขาจึงตอบไปว่า “ไม่มีปัญหา!”
ไป๋อู่จินพยักหน้า “ตามกฎของสำนัก ผู้ที่กลายเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์จะต้องเตรียมตัวให้ดี และเข้าร่วมงานประลองสิบสำนัก!”
งานประลองสิบสำนักคืออันใด?
ลู่เฉินไม่เข้าใจแม้แต่น้อย ทว่าฉินหลินกลับตกใจ เขารีบเอ่ยแย้งทันที “ผู้อาวุโส งานประลองจะจัดขึ้นในครึ่งปีหน้าแล้ว! …ข้าเกรงว่าสำหรับเขา มันจะไม่ทันการณ์เกินไป!”
ทว่าไป๋อู่จินต้องการเห็นความสามารถที่แท้จริงของลู่เฉิน จึงกล่าวว่า “…นี่เป็นกฎ!”
ผู้อาวุโสเฮยฉวยโอกาสนี้ในการกล่าวเสริม “ใช่แล้ว …นี่คือกฎ!”
ไป๋อู่จินหันมองผู้เฒ่าอ้วน ก่อนจะสั่งว่า “การฝึกฝนของเขาในช่วงหกเดือนข้างหน้านี้ …มอบให้กับเจ้าแล้วกัน!”
หลังจากพูดจบ ไป๋อู่จินก็พลันหันหลังจากไป เช่นเดียวกับผู้อาวุโสเฮยที่กลับไปพร้อมรอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้า
ลู่เฉินไม่ชอบความวุ่นวายนัก เขาจึงรีบออกมาจากฝูงชน โดยให้ผู้เฒ่าอ้วนและฉินหลินเดินนำ จนกระทั่งมาถึงเส้นทางที่ไม่มีคนอาศัยอยู่
“ข้าว่า เจ้าควรไปเสีย” จู่ ๆ ฉินหลินก็พูดขึ้น
เช่นเดียวกับผู้เฒ่าอ้วนที่ถอนหายใจ “เขาจะเข้าร่วมงานประลองสิบสำนักโดยไม่มีรากวิญญาณได้อย่างไร!”
“งานประลองสิบสำนักคืออะไร?” ลู่เฉินถามด้วยความสงสัย