่เฉินแอบหัวเราะในใจ ‘จิ่วโหยวผู้นี้นี่ …ช่างขี้เกียจเสียจริง!’
ทุกคนไม่รู้ว่าลู่เฉินคิดอะไรอยู่ แต่ในจังหวะนั้น… ผู้อาวุโสเฮยพลันลุกขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “หากเจ้าอยากตายมากนัก …เช่นนั้นข้าก็จะทำให้เจ้าสมปรารถนาเอง!”
พูดจบก็มองไปที่ผู้อาวุโสไป๋ หากแต่ผู้อาวุโสไป๋ก็ยังคงไม่ได้กล่าวสิ่งใด เขาเพียงแค่ลุกขึ้นยืนและเดินออกจากห้องโถง
ผู้เฒ่าอ้วนหันไปมองลู่เฉินและฉินหลิน แล้วเอ่ยว่า “ข้าขอบอกก่อนเลยนะ ฉินหลิน… เจ้ากำลังจะฆ่าเขาทางอ้อม!”
ครั้นฉินหลินได้ยินดังนั้นก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย จึงหันไปถามลู่เฉินเพื่อยืนยันอีกครั้ง “เจ้า… เจ้ายังต้องการที่จะทดสอบหรือไม่?”
ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามนั้นตามตรง แต่เอ่ยว่า “ไปกันเถอะ!” ก่อนจะเดินออกจากห้องโถง มุ่งตรงเข้าไปภายในสำนักเก้าสุขสงบ
ไม่นานนัก ทุกคนในสำนักที่ติดตามมา รวมทั้งลู่เฉินเองก็ได้มาถึงจัตุรัสแห่งหนึ่ง ก่อนจะพบว่ามีกระบี่สีดำลอยอยู่!
กระบี่สีดำเล่มนี้สูงจากพื้นราวสามฉื่อ*[1] มันนิ่งไม่ไหวติง ราวกับถูกตรึงไว้ที่นั่น
ผู้อาวุโสเฮยชี้ไปยังกระบี่สยบเก้าทิศ และเอ่ยอย่างเย็นชาว่า “วางมือของเจ้าบนกระบี่ ถ้าเจ้าสามารถเรียกกระบี่ปราณออกมาได้ห้าเล่ม เจ้าก็จะได้เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ของสำนักเรา!”
กระบี่ปราณห้าเล่ม!
สำหรับผู้คนในสำนักแห่งนี้ กระบี่ปราณดังกล่าวก็เป็นดั่งภาพในฝันที่พวกเขาถวิลหา ทว่ายากนักที่จะจับต้อง
เพียงแค่กระบี่ปราณสามเล่มก็หนักหนาแล้ว และเพ