ิ์สิทธิ์ได้!”
ผู้อาวุโสไป๋ไม่ได้กล่าวสิ่งใด และยังคงนั่งสงบนิ่ง
ฉินหลินรีบเอ่ยปากเพื่อเกลี้ยกล่อม “ผู้อาวุโสเฮย ไหนว่าพวกเราสำนักเก้าสุขสงบไม่เคยสนใจที่มาที่ไปในอดีตเก่าก่อนไม่ใช่หรือ?”
“เราไม่สนใจที่มาที่ไปก็จริง ทว่าตำแหน่งของบุตรศักดิ์สิทธิ์นั้นต่างออกไป มันต้องไม่ใช่แค่ใครก็ได้!” ผู้อาวุโสเฮยตอบอย่างขุ่นเคือง
ในขณะที่ผู้เฒ่าอ้วนกระซิบกับฉินหลินอีกรอบ “ฉินหลิน เจ้ารีบพาเขาออกไปเถิด ไม่เช่นนั้นเมื่อผู้อาวุโสรองบันดาลโทสะขึ้นมา เห็นทีคงยากแล้วที่เขาจะได้กลับไป!”
ฉินหลินมีท่าทีไม่เต็มใจนักเมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านี้
ทว่า…
ลู่เฉินกลับเอ่ยขึ้นมาว่า “ถ้าอยากรู้ว่าข้ามีความสามารถเพียงใด พวกท่านก็ลองให้ข้าเข้าทดสอบการเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ เพียงเท่านี้พวกท่านก็จะได้รับรู้แล้วไม่ใช่หรือ?!”
เมื่อทุกคนในที่นี้ได้ยินว่าลู่เฉินต้องการเข้าทดสอบ ผู้คนทั้งสำนักก็พากันโวยวายขึ้นมาทันที
“เด็กคนนี้บ้าหรือเปล่า อยากจะลองทดสอบอย่างนั้นหรือ?”
“เขาไม่รู้หรือว่าการทดสอบนี้ยากแค่ไหน?”
“ถ้าเขาไม่ระวัง อาจถูกกระบี่ทำร้ายถึงตายได้เลยนะ!”
กระบี่งั้นหรือ? จะใช่กระบี่สยบเก้าทิศหรือไม่? หรืออาจเป็นกระบี่ที่จำลองมาจากกระบี่สยบเก้าทิศของจริงก็ได้
ในอดีต จิ่วโหยวเคยใช้กระบี่จำลองเล่มนี้เพื่อคัดเลือกบุตรศักดิ์สิทธิ์ ทว่าชายหนุ่มไม่ได้คาดหวังแม้แต่น้อยว่าจนกระทั่งตอนนี้… กระบี่ที่ว่าก็ยังคงถูกใช้งานอยู่!
สิ่งนี้ทำให้ลู