ชายชราผมขาวผู้นั้น…
แม้ว่าลู่เฉินและท่านปู่จะไม่ได้สนิทสนมกันนัก แต่ร่างกายของชาติที่เก้านี้ก็สืบสายเลือดมาจากชายชราผมขาวนั่น และเขาคนนั้นก็ดีกับชายหนุ่มไม่น้อย
ลู่เฉินจึงพยักหน้าและเดินตามฉินหลินไป
…
ทว่าเมื่อมาถึงลานด้านหน้าจวนตระกูลลู่ พวกเขาพลันเห็นผู้คนในตระกูลกำลังจับกลุ่มพูดคุยบางอย่าง
“นี่มันหมายความว่าอย่างไร?”
”ใครจะไปรู้!”
“คุณหนูใหญ่ตระกูลเถียนเพิ่งหนีไปกับคนอื่น แต่คุณหนูรองกลับนำสินสอดมาที่นี่… นี่คนตระกูลเถียนต้องการเยาะเย้ยนายน้อยของเราหรือไร?”
”ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น!”
“เกิดอะไรขึ้น?” ลู่เฉินถามด้วยความสับสน ขณะมองดูผู้คนที่กำลังพูดคุยกัน
และเมื่อพวกเขาหันมามองตามเสียงก็เห็นว่าเป็นลู่เฉิน จึงพากันกล่าวด้วยความเคารพ “นายน้อย!”
อวิ๋นซานได้ก้าวออกจากฝูงชนเหล่านี้ และกล่าวอย่างประหม่าว่า “นายน้อย ท่านประมุขให้ท่านไปที่สวนหลังจวนเจ้าค่ะ!”
”เกิดอะไรขึ้น?”
นางกล่าวอย่างกังวลว่า “ไปก่อนแล้วคุยกันดีกว่าเจ้าค่ะ”
ลู่เฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตามไป และระหว่างเดินไปนั้น อวิ๋นซานก็ได้เริ่มอธิบายต้นสายปลายเหตุทั้งหมดให้เขาฟัง
ปรากฏว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลเถียนเคยทำสัญญาหมั้นหมายกันไว้ แต่เมื่ออีกฝ่ายได้ยินข่าวเรื่องลู่เฉินขโมยคัมภีร์ และยังถูกสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ขับไล่ นางจึงหนีไปกับชายอื่น
ส่วนคุณหนูรอง เมื่อนางพบว่าผู้เป็นพี่ทำเช่นนั้น นางจึงเสนอตัวเป็นคนสานต่อสัญญาหมั้นหมายนั