ะสร้างความสัมพันธ์ทางการค้ากับเหลียวปี้เลี่ยตง อีกทั้งร้านจิ่นซิ่วก็เป็นการร่วมหุ้นของร้านผ้าและโรงปักหลายแห่ง สินค้าที่วางขายคือผ้าทอที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งพวกเขาคัดสรรมาตลอดเส้นทางที่มุ่งหน้าไปทางเหนือ การที่นางเดินทางมายังเมืองหลวงครั้งนี้ ก็เพื่อมาจัดการดูแลความเรียบร้อยของร้านจิ่นซิ่วนั่นเองเจ้าค่ะ”
“เรื่องร้านจิ่นซิ่วข้าก็พอจะได้ยินมาบ้าง ผู้ริเริ่มเส้นทางสายไหมคือร้านขายผ้าอวี้เยว่ของตระกูลเวิน ดูท่าคราวนี้เวินเทียนเหล่ยจะไม่ได้หลอกข้า” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้าอย่างใช้ความคิด
พอเมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยถึงเวินเทียนเหล่ย หลี่เยว่หานก็อดถามไม่ได้ว่า “เวินเทียนเหล่ยเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?”
“ก่อนหน้านี้เขาได้ยินว่าเจ้ากำลังตามหาเหยียนจื่อเซียง จึงส่งคนมาบอกข้าว่าครอบครัวตระกูลเหยียนมุ่งหน้าไปทางเหนือเพื่อเตรียมสร้างเส้นทางสายไหม “ตอนนั้นข้าคิดว่าเขาเพียงพูดจาเหลวไหล จึงไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้เจ้าฟัง” เมิ่งฉีฮ่วนเบือนหน้าหนีเล็กน้อยด้วยความเก้อเขิน
เมื่อเห็นท่าทางไม่เป็นธรรมชาติของเขา หลี่เยว่หานจึงโน้มตัวไปประคองหน้าเขาให้หันมาแล้วกล่าวว่า เมื่อก่อนตอนที่ข้ายังเรียนอยู่ในสถาบันศึกษา ข้าเคยเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ในประวัติศาสตร์ก็มีบันทึกเรื่องเส้นทางสายไหมเช่นกันเจ้าค่ะ”
วันนี้พอได้ยินเหยียนจื่อเซียงพูดถึง “เส้นทางสายไหม” หลี่เยว่หานก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวในใจ แต่ทว่าเหยียนจื่อเซียงใช้เวลาเ