วันต่อมา ณ หน้าจวนอ๋องฉี
รถม้าคันงามที่ตกแต่งอย่างหรูหราจนดูสะดุดตาจอดลง เหยียนจื่อเซียงในชุดนักรบหญิงสวมหน้ากากก้าวลงจากรถม้า ก่อนจะหันไปยื่นมือส่งให้คนข้างหลัง
ข้อมือขาวผ่องราวกับหิมะยื่นออกมาวางบนฝ่ามือของเหยียนจื่อเซียง จากนั้นหลานซั่วที่ดูมีสีหน้าลังเลใจไม่น้อยก็ก้าวลงตามมา ประจวบเหมาะกับที่พี่น้องตระกูลสวีเดินทางมาถึงพอดี เมื่อสวีอวิ้นเอ๋อร์เห็นเหยียนจื่อเซียง นางก็รีบเข้าไปทักทายด้วยความดีใจ ครั้นพอเห็นหลานซั่ว นางก็รู้สึกขัดเขินอยู่บ้างเล็กน้อย
“แม่นางหลานซั่วช่างผิวขาวงดงามเหลือเกินเจ้าค่ะ!” สวีอวิ้นเอ๋อร์ทักทายเสร็จก็เตรียมจะเดินเข้าจวนไปพร้อมกับพี่ชาย
หลี่เยว่หานได้รับจดหมายแจ้งข่าวล่วงหน้าแล้ว นางจึงพาลูก ๆ มารอรับทุกคนอยู่ที่ห้องอุ่น
“เจ้าเองก็ขาวเหมือนกัน” สวีซิ่งอี้ไม่ยอมให้สตรีจากย่านเริงรมย์มาแย่งความโดดเด่นไปจากน้องสาวของตน “ขาวกว่านางเสียอีก!” เขาพูดพลางบุ้ยปากไปทางเหยียนจื่อเซียง
โดยไม่คาดคิด เหยียนจื่อเซียงหันมาเห็นเข้าพอดี สายตาของทั้งคู่ประสานกัน นางจึงแค่นเสียงฮึในลำคอแล้วสะบัดหน้าหนีอย่างไม่แยแส
เห็นดังนั้นสวีอวิ้นเอ๋อร์จึงหลุดขำ “พี่ชาย พวกเราสตรีจะมาชุมนุมกัน ท่านจะตามมาทำไมกันเจ้าคะ?”
“ข้าก็แค่มาเป็นเพื่อนเจ้าอย่างไรเล่า” สวีซิ่งอี้ตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้ามาเพื่อปกป้องเจ้านะ!”
สวีอวิ้นเอ๋อร์ส่ายหน้ายิ้ม ๆ แต่ก็ไม่ได้เปิดโปงท่าทีเก้อเขินของพี่ชาย
…..
ณ ห