้องอุ่นในเขตจวนชั้นใน
อวี้จวงเคาะประตูแล้วนำทางทั้งสี่คนเข้าไปข้างใน
ขณะนั้น เมิ่งสืออี้และเมิ่งอิงหนิงกำลังนั่งเรียงแถวบนเก้าอี้ตัวเล็ก รอให้ท่านแม่ป้อนผลไม้บด
เมื่อเห็นคนเดินเข้ามา อาอี้ก็ตาเป็นประกาย เขารีบกระโดดลงจากเก้าอี้แล้วพุ่งเข้าไปกอดสวีอวิ้นเอ๋อร์ “พี่สาวอวิ้นเอ๋อร์ อาอี้คิดถึงท่านเหลือเกิน!”
สวีอวิ้นเอ๋อร์ดีใจมาก นางบีบจมูกเล็ก ๆ ของอาอี้อย่างเอ็นดู “ต้องเรียกท่านอาหญิงสิ เรียกพี่สาวไม่ได้นะเจ้าคะ!”
“ไม่เอา ข้าจะเรียกพี่สาว” อาอี้เถียงทันควัน “ถ้าเรียกอาหญิง ท่านก็จะเป็นผู้ใหญ่สิ อาอี้โตขึ้นจะแต่งงานกับท่านนะ!”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนพากันหัวเราะร่า
อาอี้เป็นเด็กนิสัยร่าเริงและซุกซนเป็นที่สุด เมื่อก่อนตอนที่สวีอวิ้นเอ๋อร์มาหาหลี่เยว่หานบ่อยๆ เขาก็มักจะร้องป่าวประกาศว่าจะแต่งงานกับนาง ทั้งยังเคยมอบของหมั้นหมายเป็น “กลองป๋องแป๋ง” ที่เขาชอบที่สุดตอนเด็กๆ ให้อีกด้วย
สวีอวิ้นเอ๋อร์เองก็เอ็นดูความเฉลียวฉลาดของเด็กน้อย นอกจากจะคอยปรามเรื่องลำดับญาติแล้ว นางก็ถือว่าคำพูดเหล่านั้นเป็นเพียงเรื่องไร้เดียงสาของเด็กเท่านั้น
อาอี้กวาดสายตามองผู้มาเยือนทุกคน เมื่อเห็นสวีซิ่งอี้เขาก็ขมวดคิ้วสงสัย “ท่านอาหญิง… เอ้ย ท่านพี่สาวทั้งหลายมาหาท่านแม่ของข้า แล้วท่านอาเสี่ยวอี้ตามมาทำไมกัน? ท่านไม่ใช่ผู้หญิงเสียหน่อย!”
สวีซิ่งอี้ได้ยินก็กลอกตาใส่เจ้าเด็กตัวแสบทันที “เจ้าเองก็เป็นเด็กผู้ชาย แล้วเจ้า