มานั่งทำอะไรที่นี่ล่ะ!”
“ข้าเป็นเด็กนี่นา! ท่านเป็นผู้ใหญ่แล้วยังจะมาเทียบกับเด็กอีก ไม่ละอายใจบ้างหรือ!” อาอี้โต้กลับอย่างมีเหตุผล
‘เอาเถอะ ๆ เจ้าชนะ ข้าไปก็ได้!’
สวีซิ่งอี้กล่าวทักทายหลี่เยว่หานและฝากฝังให้ช่วยดูแลน้องสาว โดยบอกว่าเย็น ๆ จะมารับ จากนั้นเขาก็ไม่ได้รั้งอยู่ต่อ แต่หมุนตัวเดินออกไปจริง ๆ
“ท่านแม่ ๆ มีพี่สาวคนสวยอยู่นั่นด้วย! ข้าแต่งงานกับนางได้ไหม!” อาอี้ตื่นเต้นขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นใบหน้าอันงดงามของหลานซั่ว
หลี่เยว่หานทั้งขำทั้งส่ายหน้า ‘เด็กแค่นี้ฉายแววเจ้าชู้เสียแล้ว จะปล่อยไว้ไม่ได้จริง ๆ!’
“เมื่อครู่เจ้าเพิ่งจะบอกว่าจะแต่งกับพี่สาวอวิ้นเอ๋อร์ไม่ใช่หรือ? ไฉนเพียงพริบตาเดียวก็เปลี่ยนใจจะไปแต่งกับพี่สาวคนสวยคนอื่นเสียแล้ว” หลี่เยว่หานดึงตัวลูกชายมาใกล้ ๆ แล้วใช้นิ้วเคาะหน้าผากไปหนึ่งที
อาอี้กุมศีรษะทำหน้าละห้อย แล้วเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตามเดิม
หลี่เยว่หานจึงได้มีโอกาสต้อนรับหญิงสาวทั้งสามอย่างจริงจัง
“เหตุใดแม่นางหลานซั่วถึงนึกอยากมาเยี่ยมเยียนที่จวนในวันนี้ล่ะจ๊ะ?” หลี่เยว่หานไม่ได้เจอเหยียนจื่อเซียงมาปีกว่าแล้ว อีกทั้งเหยียนจื่อเซียงยังสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าเกือบมิด แถมยังซูบผอมลงกว่าแต่ก่อนมาก นางจึงรู้สึกเพียงว่าคนผู้นี้ดูคุ้นตา แต่ก็นึกไม่ออกว่าเป็นใคร จึงเข้าใจไปว่าเป็นผู้ติดตามหรือองครักษ์ของหลานซั่ว
เพราะหลานซั่วเป็นดาวเด่นแห่งหอฝานเทียน การจะมีผู้ติดตามฝ