นออกไปอย่างองอาจ
มองแผ่นหลังของนาง สวีอวิ้นเอ๋อร์มีแววตาชื่นชมอยู่หลายส่วน
“แค่ก แค่ก!” สวีซิ่งอี้เห็นสวีอวิ้นเอ๋อร์ไม่มองตนเลย ในใจรู้สึกขมขื่นยิ่งนัก รีบกระแอมเพื่อดึงความสนใจของสวีอวิ้นเอ๋อร์
เห็นสวีอวิ้นเอ๋อร์หันไปจับมือเสี่ยวอี้พูดว่า “เสี่ยวอี้ เจ้าเห็นหรือไม่ คุณหนูสกุลเหยียนผู้นั้นช่างสง่างามเหลือเกิน!”
“เห็นแล้วเจ้าค่ะ!” เสี่ยวอี้พยักหน้าหงึกๆ พอสบเข้ากับสายตาของสวีซิ่งอี้โดยไม่ทันตั้งตัว ก็รีบก้มหน้าไม่กล้าพูดอะไรอีก
สวีอวิ้นเอ๋อร์รู้ดีว่าสวีซิ่งอี้ยังคงจ้องมองนางอยู่ นางจึงรีบจูงมือเสี่ยวอี้เข้าไปในห้องรับรองแล้วเริ่มกินอาหาร
สวีซิ่งอี้เห็นสวีอวิ้นเอ๋อร์ทำเช่นนั้นก็รู้ว่าน้องสาวโกรธแล้ว ยังดีที่สวีอวิ้นเอ๋อร์ไม่ได้ไล่เขาออกไป เขาจึงเดินตามนางเข้าไปในห้องรับรอง ปิดประตูแล้วนั่งลงตรงข้ามนาง
เห็นสวีอวิ้นเอ๋อร์กินจนแก้มป่องทั้งสองข้าง เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยว่า “สวีอวิ้นเอ๋อร์ เจ้าควรจะรู้ว่า…”
“รู้ๆ” สวีอวิ้นเอ๋อร์โบกตะเกียบในมือ “สตรีควรวางตัวให้เรียบร้อย กิริยามารยาทต้องงดงาม ข้าไม่ควรกินอย่างตะกละตะกลาม มันไม่เหมาะกับฐานะ! แต่ที่นี่คือห้องรับรองของหอฝานเทียนมีแค่พวกเราสามคน ไม่มีคนนอก ทำไมจะปล่อยตัวบ้างไม่ได้!”
ได้ยินคำพูดนั้น สวีซิ่งอี้ถอนหายใจเงียบๆ “บิดามารดาของเจ้าส่งจดหมายตอบกลับมาแล้ว พวกท่านจะกลับมาที่เมืองหลวงก่อนเทศกาลปีใหม่ เพื่อเตรียมสินเดิมให้เจ้า”
สวีอวิ้นเอ๋อร