์ได้ยินเช่นนั้น มือที่กำลังคีบเนื้อชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “รู้แล้ว”
“สวีอวิ้นเอ๋อร์ หากเจ้าไม่อยากแต่งงาน เจ้าก็บอกมาได้” สวีซิ่งอี้รักน้องสาวคนนี้มาก แม้จะไม่ใช่น้องแท้ๆ แต่สวีอวิ้นเอ๋อร์เติบโตมาด้วยกันกับเขา เป็นน้องสาวที่เขาทะนุถนอมสุดหัวใจ
ได้ยินคำพูดของสวีซิ่งอี้ สวีอวิ้นเอ๋อร์กลืนอาหารในปาก บ้วนปากและเช็ดปากเสร็จแล้วมองไปที่สวีซิ่งอี้ ยิ้มพลางกล่าวว่า “หากข้าบอกว่าไม่อยากแต่งงาน นอกจากทั้งครอบครัวจะมาพร่ำสอนข้าแล้ว ยังจะมีประโยชน์อื่นใดอีกหรือ? ใช่ ข้าไม่อยากเป็นชายารองขององค์รัชทายาทเลยสักนิด ข้าขอแต่งงานกับสามัญชนยังดีกว่าเข้าวัง แต่พวกท่านไม่ยินยอม ไม่ใช่หรือ?”
“สวีอวิ้นเอ๋อร์ พี่ชายไม่ได้…” สวีซิ่งอี้พูดไปพลางถอนหายใจลึกๆ “เจ้าก็รู้ว่าตอนนี้บิดาไม่อยู่ เรื่องใหญ่น้อยในบ้านล้วนอยู่ในมือผู้อื่น นางต้องการยกเจ้าให้องค์รัชทายาทต่อให้ข้าไม่เห็นด้วย ก็ทำได้แค่ไปร้องเรียนกับป้า แต่ป้าก็แต่งงานออกไปแล้ว ไม่สะดวกจะก้าวก่ายเรื่องตระกูลเดิมมากนัก”
“ดังนั้นพี่ชายก็ไม่ต้องมาพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้กับสวีอวิ้นเอ๋อร์แล้ว” สวีอวิ้นเอ๋อร์จิบสุราดอกสาลี่ พยักหน้าถี่ๆ มองไปที่เสี่ยวอี้ “สุรานี้หอมหวานนัก เสี่ยวอี้ เจ้าไปบอกให้คนรับใช้เอามาเพิ่มอีกสองไห! บอกเขาว่าให้คิดเงินกับคุณชายหลิน!”
“บ่าวไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ!” เสี่ยวอี้ย่อกายคำนับแล้วรีบออกจากห้องรับรองไป
สวีซิ่งอี้ได้ยิ