นคำพูดของสวีอวิ้นเอ๋อร์ ก็หน้าบึ้งทันที “เจ้าชอบหลินเฟิงคนนั้นหรือ?”
“อย่างไรเล่า ในเมื่อพวกท่านจัดการเรื่องวิวาห์ของข้าได้ เหตุใดข้าจะจัดการเรื่องหัวใจของตนเองบ้างไม่ได้เล่า” สวีอวิ้นเอ๋อร์มีแววเยาะหยันอยู่ที่หางตาและคิ้ว
“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่มี!” สวีซิ่งอี้พูดอย่างจนปัญญา
เมื่อเผชิญหน้ากับน้องสาวคนนี้ เขาไม่อาจแสดงท่าทีของคุณชายเจ้าสำราญอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงได้ ตั้งแต่เล็กเขาเป็นลูกคนเดียว ทุกคนรังเกียจที่เขาไม่มีมารดาจึงไม่มีใครเล่นด้วย ทุกครั้งที่สวีติ้งซานออกรบ เขาก็กลายเป็นคนที่ไม่มีใครสนใจในบ้าน
มีเพียงสวีอวิ้นเอ๋อร์น้องสาวคนนี้ที่อยู่เคียงข้างเขาทุกครั้งยามที่เขาเหงา ทั้งยังพาเขาไปตำหนักอ๋องมู่เพื่อเป็นเพื่อนฮูหยินอ๋องมู่ เมื่อปีที่แล้วที่เขาถูกสวีติ้งซานส่งไปเรียนหนังสือที่ชนบท ก็เป็นสวีอวิ้นเอ๋อร์ที่วิงวอนขอร้องให้
ในตระกูลสวี นอกจากสวีติ้งซานแล้ว คนที่สวีซิ่งอี้อยากปกป้องที่สุดก็คือน้องสาวคนนี้
“พี่ชาย ข้ารู้ว่าท่านอยากช่วยข้า แต่อย่างที่ท่านว่า ท่านพ่อท่านแม่ต่างเห็นชอบกับการแต่งงานครั้งนี้ ดังนั้นต่อให้ข้าต่อต้านก็ไร้ประโยชน์” น้ำเสียงของสวีอวิ้นเอ๋อร์ฟังดูหม่นหมอง “การได้แต่งงานกับองค์รัชทายาทในสายตาพวกท่าน ช่างเป็นเรื่องดีเหลือเกิน การเป็นชายารองขององค์รัชทายาทนั้นช่างสูงส่งและมีเกียรติเพียงใด พวกท่านต้องการให้ข้าแลกทุกสิ่งนี้ ข้าไม่มีข้อตำหนิใด เพราะท่านให้กำเนิดและเ