ลี้ยงดูข้ามา ข้าถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณ”
“แต่ข้าควบคุมหัวใจตนเองไม่ได้ ข้าไม่อาจโน้มน้าวตนเองให้ชอบองค์รัชทายาทที่เพิ่งพบกันเพียงครั้งเดียว อีกทั้งชีวิตสิบกว่าปีที่ผ่านมาของข้าก็ไม่เคยมีความเกี่ยวข้องใดกับพระองค์ ดังนั้นข้าจึงไม่อาจมอบความจริงใจให้พระองค์ได้”
“ส่วนคุณชายหลินผู้นั้น ข้าก็บอกไม่ถูกว่าเป็นความรู้สึกเช่นไร เขาเป็นคนที่สองต่อจากพี่ชายที่เคยปกป้องข้า ข้าพบเจอผู้คนน้อย จึงอดไม่ได้ที่จะมีความคิดฝันเพ้อเจ้อ ท่านวางใจเถิด หลังจากวันนี้ ข้าจะไม่คิดอะไรทั้งสิ้น”
สวีอวิ้นเอ๋อร์พูดจบก็ดื่มสุราดอกสาลี่หมดในคำเดียว หยดน้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างที่สุด ร่วงหล่นและซึมหายเข้าไปในไรผมที่ขมับอย่างเงียบงันในจังหวะที่นางเงยหน้าดื่ม
“อวิ้นเอ๋อร์” สวีซิ่งอี้มองน้องสาวเช่นนี้ รู้สึกสับสนวุ่นวายในใจ เรียกชื่อนางแล้วกลับไม่รู้จะพูดอะไร
ในตอนนั้นเอง เสียงสตรีที่คุ้นเคยก็ลอยมา “ผู้คนในเมืองหลวงของพวกเจ้าแปลกประหลาดเช่นนี้หรือ พี่ชายคนหนึ่งพูดปากเปียกปากแฉะว่ารักและปกป้องน้องสาว แต่กลับยืนอยู่ฝ่ายที่บังคับให้น้องสาวแต่งงานกับคนที่ไม่อยากแต่งด้วย ความรักที่เจ้าอ้างถึง มันช่างดูต่ำต้อยและเสแสร้งสิ้นดี!”
ขณะที่พูด เหยียนจื่อเซียงเดินอ้อมฉากบังตาจากประตูเข้ามา เมื่อเห็นพี่น้องทั้งสองที่ตกใจ นางจึงอธิบายทีหลังว่า “พวกเจ้าไม่ได้ปิดประตู ข้าอยากมาหาคุณหนูท่านนี้เล่น ไม่ได้ตั้งใจแอบฟัง”
เมื่อได้ยิ