จะเดินจากไป
สวีอวิ้นเอ๋อร์มองตามหลังเขาไป มือเล็ก ๆ กุมอยู่ที่หน้าอก ดวงตาจับจ้องจนแทบไม่กะพริบ
สวีซิ่งอี้เห็นดังนั้นก็ยิ่งเดือดดาล เขาโน้มตัวลงไปเอาหน้าจ่อตรงหน้าสวีอวิ้นเอ๋อร์ทันที “มองอะไรนักหนา! เป็นหญิงสาวแท้ ๆ กลับจ้องผู้ชายตาเขม็งเช่นนี้ ไม่รู้จักอายบ้างหรืออย่างไร!”
สวีอวิ้นเอ๋อร์ถลึงตาใส่ ก่อนจะใช้มือผลักหน้าสวีซิ่งอี้อย่างเต็มแรงและกดเขากลับลงไปนั่งบนเก้าอี้ จากนั้นก็นั่งหันหลังให้ไม่ยอมพูดจาด้วยอีก
หลี่เยว่หานเห็นการหยอกล้อของสองพี่น้องอย่างชัดเจน นางอดไม่ได้ที่จะสบตากับเวินเทียนเหล่ยแล้วยิ้มออกมา ทั้งสองเริ่มชวนสวีอวิ้นเอ๋อร์คุยโน่นคุยนี่พร้อมกัน ปล่อยให้สวีซิ่งอี้นั่งหน้าบึ้งถูกเมินอยู่คนเดียว
สวีซิ่งอี้เฝ้ารอให้สหายทั้งสองมาปลอบใจ แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งสองกลับทำให้เขาโมโหรุนแรงยิ่งกว่าน้องสาวเสียอีก เพราะพวกเขาเมินเขาไปเลยเสียดื้อ ๆ!
“นี่ พวกเจ้าสั่งอาหารกันหรือยัง!” สวีซิ่งอี้จำต้องหาเรื่องคุย
“ยังหรอก เดี๋ยวเถ้าแก่เนี้ยคงจัดการเอง” หลี่เยว่หานตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง นางมัวแต่สาละวนอยู่กับการอวดถุงมืออุ่นที่ลวดลายงดงามกับสวีอวิ้นเอ๋อร์
“แล้วเหล้าล่ะ!” สวีซิ่งอี้เริ่มเพิ่มเสียงดังขึ้น ด้วยหวังว่าพวกเขาจะสังเกตเห็นว่าเขากำลังไม่พอใจ
“เมื่อครู่ที่โรงเตี๊ยมปาเซียนยังดื่มน้ำไม่พออีกหรือ ถึงยังอยากจะดื่มเหล้าอีก?” เวินเทียนเหล่ยเหล่มองเขาก่อนจะพูดต่อ “เดี๋ยวพนักงานเดินโต