๊ะมา เจ้าก็ให้เขานำทางเจ้าไปเสียหน่อยนะ”
สวีซิ่งอี้ทำหน้างง “ทำไมต้องนำทาง?”
“จะได้ไม่ต้องรีบร้อนหาห้องสุขาไม่เจออย่างไรเล่า!” พอเวินเทียนเหล่ยพูดจบก็หัวเราะร่าออกมา
หลี่เยว่หานและสวีอวิ้นเอ๋อร์เองก็กลั้นขำไม่อยู่พากันหัวเราะเสียงดัง สวีซิ่งอี้ถึงได้รู้ตัวว่าทั้งสามคนร่วมมือกันแกล้งเขา! เขาจึงกอดอกพิงพนักเก้าอี้นุ่มแล้วทำท่าทางแง่งอน
“นี่ โกรธจริงจังไปได้” เวินเทียนเหล่ยลุกขึ้นมานั่งข้าง ๆ สวีซิ่งอี้ “พวกเราแค่ล้อเล่นกันเท่านั้น หากเจ้าไม่ขำพวกเราก็ต้องขออภัย อย่าโกรธไปเลย ไม่อย่างนั้นเนื้อในพุงเจ้าจะอึดอัดเอาได้นะ!” พูดจบ เวินเทียนเหล่ยก็เอามือตบเบา ๆ ที่พุงป่อง ๆ ของสวีซิ่งอี้
“เจ้าเลิกพูดไปเลย” สวีซิ่งอี้ทำหน้าเศร้าทันที “ข้าจะอิ่มจนตายอยู่แล้ว เมื่อครู่ยังต้องหิ้วไอ้ลิงเหี่ยวซุนเผิงออกไปทิ้งอีก หากข้าไม่มีใจที่เด็ดเดี่ยวปานนี้ ข้าคงอ้วกใส่หน้ามันไปแล้ว!”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานจึงกวักมือเรียกพนักงานเดินโต๊ะมาคนหนึ่ง “ช่วยหาซานจาให้ข้าสักสิบผล แกะเมล็ดออกแล้วตำให้ละเอียดคั้นเป็นน้ำผสมใส่กามาให้ข้าทีนะ” พูดเสร็จนางก็ส่งเศษเงินเล็ก ๆ เป็นรางวัลให้
พนักงานเดินโต๊ะคุ้นหน้าหลี่เยว่หานเป็นอย่างดี รู้ดีว่าพระชายาผู้นี้มือหนักให้รางวัลเก่ง จึงรีบรับคำด้วยความยินดีแล้วถอยออกไป
“เอาน้ำซานจามาผสมน้ำเนี่ยนะ รสชาติมันจะพอกินได้หรือ?” สวีซิ่งอี้บ่นพลางรู้สึกพะอืดพะอมที่คอ
“ซานจาช่วยย่อยอาหา