ร เมื่อครู่เรากินหม้อไฟกันไปไม่น้อย” หลี่เยว่หานวางถุงมืออุ่นของตนและสวีอวิ้นเอ๋อร์ลงก่อนจะกล่าวต่อ “อากาศหนาวเช่นนี้ ซานจาคงเย็นจัด หากนำมาคั้นแล้วชงด้วยน้ำร้อนจะช่วยทั้งย่อยอาหารและทำให้อบอุ่นร่างกายด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้น สวีซิ่งอี้ที่เพิ่งโวยวายว่าอิ่มจนแทบกินอะไรไม่ลงอีกแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลาย
เขาเริ่มรู้สึกว่าตนเองเสียหน้าที่ดูเหมือนคนเห็นแก่กิน จึงหันไปถามเวินเทียนเหล่ย “พี่เยว่หานเก่งเรื่องงานครัวแบบนี้มาตลอดเลยหรือ?”
“ข้าบอกแล้วไง ว่าฝีมือพ่อครัวหอฝานเทียนพัฒนาขึ้นมาได้ก็เพราะเยว่หานนี่แหละ” ในขณะที่กำลังสนทนากัน พนักงานเดินโต๊ะก็นำอาหารมาเสิร์ฟพอดี
แม่เถ้าแก่เนี้ยเป็นคนช่างสังเกต ตั้งแต่หลี่เยว่หานก้าวเข้ามา นางก็ได้กลิ่นหม้อไฟติดตัวมาด้วย จึงเดาได้ว่าคงทานอาหารค่ำกันมาแล้ว ประกอบกับเห็นสวีอวิ้นเอ๋อร์เอามือกุมพุงอยู่บ่อยครั้ง ทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาของนาง
ดังนั้น อาหารที่นางจัดมาให้จึงล้วนเป็นจานผักและเครื่องเคียงที่รสชาติเบาบางและสดชื่น ทั้งยังแถมสุรากุ้ยฮวามาให้อีกกาหนึ่ง ซึ่งเป็นการจัดการที่ถูกใจทุกคนยิ่งนัก
แม้แต่สวีซิ่งอี้ที่บ่นว่าอิ่มจนถึงคอหอย ก็ยังอดใจไม่ไหวหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเครื่องเคียงเข้าปากไปหลายคำ
ห้องโถงกลางของหอฝานเทียนเดิมทีเต็มไปด้วยนักดื่ม แต่หลังจากหลี่เยว่หานเข้ามาดูแล นางได้สั่งให้สร้างเวทีขึ้นที่ใจกลางโถง และที่นี่ก็มีหญิงนางโลมที่เป็นนั