กสังคีต คอยขับขานบทเพลงเพียงอย่างเดียว
น่าเสียดายที่แต่ก่อนเหล่านักสังคีตจะได้รับโอกาสอวดฝีมือก็ต่อเมื่อมีแขกเรียกใช้เท่านั้น และบ่อยครั้งที่ต้องเผชิญกับแขกที่ไร้มารยาทลวนลาม จนเกิดเรื่องวุ่นวายอยู่บ่อยไป
แต่เมื่อหลี่เยว่หานสร้างเวทีขึ้นมา ทุกคืนเหล่านักสังคีตจะผลัดกันขึ้นเวที ใครร้องดีก็ได้รางวัลจากแขก ใครร้องไม่ดีก็กลับไปฝึกฝนใหม่ แม้จะไม่เข้มงวดเท่าโรงละคร แต่ก็นับว่าความปลอดภัยของพวกนางมีมากขึ้น
และหากนักสังคีตคนไหนร้องได้ดี เมื่อลงจากเวทีก็อาจถูกเชิญไปยังห้องรับรองเพื่อขับขานให้แขกฟังเป็นการส่วนตัว แขกที่รู้มารยาทก็จะปฏิบัติตามกฎ ส่วนใครที่ไม่รักษากฎ พนักงานของที่นี่ก็ไม่ใช่คนที่จะรังแกได้ง่าย ๆ
โดยรวมแล้ว วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับเหล่านักสังคีต แต่ยังสร้างรายได้เสริมให้กับหอฝานเทียนอย่างเป็นกอบเป็นกำ
คืนนี้หลี่เยว่หานมาที่นี่เพราะอยากจะฟังเสียงร้องที่อ่อนละมุนของเหล่าแม่นางทั้งหลาย ช่วงที่ผ่านมานางเหนื่อยเกินไปและแบกรับภาระหนักจนตึงเครียด วันนี้พอจะมีเวลาว่างบ้าง จึงอยากจะหาความสำราญเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ตัวเอง เพราะเมื่อกลับถึงจวนนางก็ต้องไปดูแลอาอี้และอานิ่ง สองเจ้าตัวน้อยนั่นต่อ
ตอนนี้อาอี้เริ่มพูดเป็นคำง่าย ๆ ได้แล้ว ส่วนอานิ่งเองก็เริ่มเตาะแตะไปได้สองสามก้าว แม้อานิ่งจะตัวเล็กและดูซูบผอมมาตลอด แต่ด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิดของหลี่เยว่หานและการบำรุงของหมอกู