่ ร่างกายของอานิ่งจึงดูแข็งแรงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก
ด้วยเหตุนี้ หลี่เยว่หานที่เดิมทีเฝ้าตรวจบัญชีอยู่แต่ในจวน จึงสามารถเบาใจและออกมาตรวจตราที่ร้านค้าต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง
บนเวที แม่นางคนหนึ่งกำลังขับร้องบทเพลงที่พรรณนาถึงความรักมั่นคงของหนุ่มสาว หลี่เยว่หานฟังไปพลางหลับตาลงอย่างสบายอารมณ์
เมื่อพนักงานเดินโต๊ะยกน้ำซานจามาเสิร์ฟ เวินเทียนเหล่ยและสวีซิ่งอี้ต่างส่งสัญญาณให้พนักงานเดินโต๊ะเบามือที่สุด สวีซิ่งอี้บรรจงรินน้ำซานจาลงในถ้วยของตนเองอย่างแผ่วเบา เมื่อลองชิมดูแล้วเขาก็รีบเติมลงในถ้วยของหลี่เยว่หานเป็นคนแรก ก่อนจะวางกาน้ำลง
สวีอวิ้นเอ๋อร์เบิกตากว้างมองพี่ชายด้วยความขุ่นเคือง
‘แล้วของข้าล่ะ! ทำไมข้าถึงไม่มี!’
สวีซิ่งอี้ทำเสียงขึ้นจมูกเป็นเชิงบอกว่า ‘อยากได้ก็ทำเองสิ!’
เวินเทียนเหล่ยเห็นเช่นนั้นจึงหลุบตาลงเล็กน้อย และอาสาเติมน้ำซานจาให้สวีอวิ้นเอ๋อร์ ก่อนจะรินให้ตนเอง
ประจวบเหมาะกับที่เพลงบนเวทีจบลง เสียงโห่ร้องชื่นชมและเสียงนกหวีดดังระงมไปทั่ว ทำให้หลี่เยว่หานสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ
“เป็นอะไรไปเจ้าคะ ฝันร้ายหรือเปล่า?” สวีอวิ้นเอ๋อร์ไม่มัวแต่ต่อล้อต่อเถียงกับพี่ชาย รีบหันมาปลอบโยนหลี่เยว่หานทันที
“เปล่า… ไม่มีอะไร…” หลี่เยว่หานโบกมือปฏิเสธ นางหยิบถ้วยน้ำตรงหน้าขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด จากนั้นก็ลุกขึ้นสวมเสื้อคลุม
“ข้าขอตัวกลับก่อนนะ”
พูดจบ โดยไม่รอให้ทั้งสามคนทันได้โต้ตอบ หลี่เ