บทที่ 592 นำเสนอระบอบใหม่
แม่ทัพสวีก้าวออกมาข้างหน้าได้จังหวะพอดี พร้อมกับเอ่ยว่า “ฝ่าบาท เดิมทีข้าเข้าใจแต่เรื่องการนำทัพจับศึก ไม่เคยมีความรู้เรื่องการวางรากฐานบ้านเมืองเลยแม้แต่น้อย ทว่าครั้งนี้ ข้าและฉีอ๋องได้ไปอยู่ที่อำเภอฮัวซี กินนอนร่วมกับชาวบ้าน และช่วยกันสร้างนาเกลือขึ้นมา จึงได้พบความจริงที่ว่า สิ่งที่ราษฎรปรารถนาหาใช่ความร่ำรวยมหาศาล แต่เป็นการมีข้าวกินอิ่มท้อง มีเสื้อผ้าให้อบอุ่น และมีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง”
“หลายร้อยปีมานี้ แคว้นตงฮั่นให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตระกูลขุนนางเก่าแก่มาโดยตลอด เหล่าบัณฑิตจากครอบครัวสามัญมักถูกเรียกว่าชนชั้นรากหญ้า แต่หากลองไล่เรียงประวัติศาสตร์สามร้อยกว่าปีของแคว้นเราดู จะพบว่ามีบัณฑิตยากจนจำนวนมากที่ก้าวขึ้นมาเป็นเสาหลักในการปกครองบ้านเมือง
ทว่าเพราะราชสำนักมีขุนนางล้นงาน ตำแหน่งซ้ำซ้อน ทำให้ผู้มีความสามารถเหล่านี้เลื่อนตำแหน่งได้ยากลำบาก ในขณะที่คนรุ่นใหม่ของตระกูลขุนนางกลับข้ามขั้นตอนการสอบคัดเลือก เข้ามารับตำแหน่งและเงินเดือนได้โดยตรง ทั้งที่คนเหล่านี้ไม่มีผลงานใด ๆ เลย กลับต้องให้ราชสำนักเลี้ยงดูเสียอย่างนั้น!”
พอแม่ทัพสวีกล่าวจบ ใต้เท้าหาน เสนาบดีกรมพระคลังก็ก้าวออกมาทันที “ฝ่าบาท ข้าขอประทานอภัยที่อาจกล่าวล่วงเกิน แต่ข้าเห็นด้วยกับสิ่งที่แม่ทัพสวีกล่าวอย่างยิ่ง ในฐานะที่ข้าดูแลกรมพระคลังมานานหลายปี ข้ารู้ซึ้งถึงภาระอันหนักอึ้งที่เ