อเข้าไปในอกเสื้อของเมิ่งฉีฮ่วนแล้วอิงแอบอยู่กับเขา
“ตั้งแต่เจ้าคลอดลูก เราก็ยังไม่เคยได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเลย” เมิ่งฉีฮ่วนโอบกอดนางพลางทอดถอนใจ “ข้าอยากพาเจ้ากลับไปที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นนัก อยู่ที่นั่นข้าจะออกล่าสัตว์หาเลี้ยงครอบครัว ส่วนเจ้าก็คอยดูแลลูก ๆ อยู่ที่บ้าน ชีวิตที่วุ่นวายแต่เรียบง่ายเช่นนั้นช่างเป็นสุขยิ่ง”
หลี่เยว่หานทอดถอนใจตาม “พริบตาเดียวผ่านไป ข้าไม่ได้พบมู่ชวนกับหลิงซีเกือบปีแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้พี่น้องคู่นั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง”
“อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นบุตรธิดาคู่แรกของจงเจิ้งเสียน เขาต้องทะนุถนอมมากเป็นธรรมดา” เมิ่งฉีฮ่วนพอจะรู้ข่าวคราวอยู่บ้าง “ตอนนี้ทั้งคู่เข้าเรียนในสำนักศึกษาขององค์รัชทายาทแล้ว ก่อนข้าจะมาอำเภอฮัวซีได้พบมู่ชวนอยู่หนหนึ่ง เด็กคนนั้นเปลี่ยนไปมาก สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนคือเขายังคงรักและปกป้องน้องสาวเหมือนเดิม”
“ดีเหลือเกิน” หลี่เยว่หานขยับเปลี่ยนท่าทางจนแทบจะเอนกายกึ่งนอนอยู่ในอ้อมกอดของเมิ่งฉีฮ่วน “กลับไปข้าต้องสั่งสอนเสี่ยวอี้ให้ดี ให้เขารู้จักผ่อนปรนและปกป้องน้องสาวบ้าง” พูดจบ เสียงของนางก็ค่อย ๆ เบาลงจนเงียบหายไป
เมิ่งฉีฮ่วนมองนางที่จมดิ่งสู่ห้วงนิทราพลางระบายยิ้มอย่างอ่อนโยน หากจะถามว่าใครที่สามารถทำให้บุรุษเช่นเมิ่งฉีฮ่วนยอมศิโรราบให้ได้อย่างเต็มใจ ก็เห็นจะมีเพียงหลี่เยว่หานผู้นี้เท่านั้น
เมิ่งฉีฮ่วนรู้ตัวดีว่าในกระดูกของเขานั้นซ่อนความเย็นชาแ