ะองค์ยังทรงจรดพู่กันมอบหมายให้จิ้นกั๋วกงเป็นผู้ดูแลหลักในกิจการเกลือสมุทร และอนุญาตเป็นพิเศษให้ตระกูลเวินและตระกูลหลิ่วร่วมมือกันทำการค้า โดยให้ยึดความเห็นของจิ้นกั๋วกงเป็นที่ตั้ง
แม้ความชอบทั้งหมดในครั้งนี้จะเป็นของเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หาน ทว่าทั้งคู่นั้นได้รับยศถาบรรดาศักดิ์จนมิรู้จะปูนบำเหน็จอย่างไรได้อีก ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นมิอยากให้ทั้งสองเสียกำลังใจ จึงเลือกที่จะมอบรางวัลและเกียรติยศให้แก่บิดาของหลี่เยว่หานแทน
แต่มิได้จบเพียงเท่านี้ ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นยังออกราชโองการว่า เมื่อเมิ่งสืออี้และเมิ่งอิงหนิงถึงวัยต้องเล่าเรียน ให้ส่งตัวเข้าวังหลวงเพื่อไปศึกษาในสำนักศึกษาของมกุฎราชกุมาร พร้อมกันนั้นยังพระราชทานของล้ำค่ามากมายไปยังจวนฉีอ๋อง และสั่งกำชับให้หมอหลวงคอยดูแลฟื้นฟูร่างกายของเมิ่งอิงหนิงอย่างละเอียดถี่ถ้วน
เมื่อข่าวนี้ส่งมาถึงอำเภอฮัวซี เมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานจึงได้เบาใจลงเสียที
“ดูท่าฝ่าบาทจะทรงเชื่อแล้วว่าท่านพี่มิได้คิดจะแก่งแย่งอำนาจ” หลี่เยว่หานเอ่ยกลั้วหัวเราะ
“นั่นก็มิแน่ดอก วันใดที่เปิ่นหวังมั่งคั่งจนเหนือแผ่นดินขึ้นมา พระองค์ก็อาจจะกลับมาระแวงแคลงใจอีกก็ได้” เมิ่งฉีฮ่วนพูดจบ ทั้งสองก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน
ในยามนั้นเอง เฮ่อเจิ้งเทียนขอเข้าพบ และยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้ถึงมือเมิ่งฉีฮ่วน
มันคือจดหมายจาก… เหลียวปี้เลี่ยตง