ขึ้นในยามเช้าขณะโอบกอดหลี่เยว่หานไว้ในอ้อมแขน
“นั่นสิเจ้าคะ” หลี่เยว่หานเอ่ย “คราแรกข้านึกว่าพวกเราตกลงไปในสุสานโบราณเสียอีก ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วกลับเป็นพระราชวังใต้ดินของสำนักจางอัน แต่พวกเขาก็เก่งกาจนักที่ขุดพระราชวังไว้ใต้ดินแล้วอยู่รอดมาได้หลายร้อยปีโดยมิเกิดเรื่อง”
“หากพวกเรามิได้ทำลายค่ายกลในห้องศิษย์ส่วนล่างสุด พระราชวังใต้ดินแห่งนี้ก็คงจะคงอยู่ต่อไปได้อีกหลายร้อยปี” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยพลางจุมพิตที่หน้าผากของหลี่เยว่หานเบา ๆ ทั้งนี้ถังเป่ยฝานได้เดินทางออกจากอำเภอฮัวซีไปตั้งแต่วันวานพร้อมกับศิษย์สำนักจางอันเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ส่วนเรื่องที่เรียกว่าห้องศิษย์นั้น พวกเขาก็ได้รับรู้มาจาก ‘อาโน่’ ศิษย์ตัวน้อยคนนั้นนั่นเอง
เดิมทีสำนักจางอันเพียงต้องการรักษาพละกำลังของสำนักเอาไว้ เพื่อรอวันที่จะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งในอนาคต
โลงศิลาเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นก่อนที่พลังปราณวิญญาณจะเหือดแห้ง ศิษย์ที่เก่งกาจที่สุดของสำนักล้วนถูกบรรจุไว้ข้างในนั้น ยามนั้นเจ้าสำนักผู้มีผมขาวได้คำนวณไว้ว่าอีกห้าร้อยปีข้างหน้าจะเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญ จึงวางใจให้ศิษย์เหล่านั้นนอนหลับใหลลงไป โดยเหลือเพียงศิษย์สายนอกที่ฝีมือธรรมดาคอยเฝ้าดูแลพระราชวังใต้ดิน
ทว่าวันหนึ่ง เจ้าสำนักผมขาวพลันตื่นขึ้นและพบว่าพลังปราณวิญญาณมิเพียงพอจะคงมนตราผนึกโลงศิลาไว้ได้อีกต่อไป จึงเรียกทุกคนมาช่วยกันหาทางออก
และในช่วงเวลานั้นเอง มีศิ