บทที่ 577 ผู้บำเพ็ญเซียนโผล่มาอีกคนแล้วรึ?
“ข้ามิเป็นไร อย่าได้กังวลไปเลย” หลังจากพยายามกลืนหว่านอู้เซิงคำโตลงคอไปได้อย่างยากลำบาก เมิ่งฉีฮ่วนเห็นหลี่เยว่หานกำลังจะปั้นหว่านอู้เซิงอีกก้อนเพื่อยัดใส่ปากเขา เขาก็รีบห้ามมือนางไว้ทันที “มิต้องเปลืองพลังจิตหรอก” เพราะในยามที่มิได้ใช้กระบวยเงิน หลี่เยว่หานจำเป็นต้องใช้จิตสัมผัสวิญญาณห่อหุ้มหว่านอู้เซิงเอาไว้ทุกครั้งที่นำออกมา
เมื่อช่วยพ่อลูกตระกูลสวีออกมาได้แล้ว หลี่เยว่หานก็นำหว่านอู้เซิงอีกส่วนให้ทั้งคู่ดื่มกิน เพียงครู่เดียวทั้งสองก็ค่อย ๆ ฟื้นคืนสติ เมื่อเห็นเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานอยู่ตรงหน้า ทั้งคู่ต่างก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?” เมิ่งฉีฮ่วนนั่งลงขัดสมาธิเผชิญหน้ากับพวกเขา
“ข้ากับท่านพ่อพบทางออกเข้าพอดี แต่จู่ ๆ สติก็ดับวูบไป” สวีซิ่งอี้เอ่ย “พอฟื้นขึ้นมาอีกทีก็เจอพวกท่านนี่แหละ”
“ก่อนที่จะหมดสติ ข้าเห็นแสงสว่างรำไรลอดเข้ามาจากภายนอก จึงสันนิษฐานว่าที่นี่น่าจะมีคนอาศัยอยู่ เพราะข้าได้ยินเสียงกลไกประตูหินเปิดออกด้วย” สวีติ้งหลานเอ่ยเสริม
สวีซิ่งอี้เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “ท่านพ่อ เหตุใดท่านถึงเห็นมิเหมือนข้าล่ะ?”
“ถ้าข้าเหมือนเจ้า ข้าจะเป็นพ่อเจ้าได้อย่างไร?” สวีติ้งหลานเอ่ยอย่างดูแคลน
สวีซิ่งอี้: “…”
“ตอนที่เปิ่นหวังกับหวังเฟยมาพบพวกเจ้า ทั้งคู่ยืนนิ่งอยู่ในท่าทางเดียวกันเป๊ะเลยล่ะ” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยพล