อาการไม่พอใจก่อน “ท่านอ๋อง ถึงแม้ฐานันดรของท่านจะสูงส่ง แต่ก็มิเห็นจำเป็นต้องตรัสวาจาประชดประชันเช่นนี้เลยมิใช่หรือ?”
“มิเป็นไร” สวีติ้งหลานยกมือห้ามบุตรชายไม่ให้แสดงกิริยาไม่สุภาพ ก่อนจะเอ่ยต่อ “ข้าเพียงแค่โชคดี โลงใบนั้นมันชำรุด ภายในมิมีไอสีดำม้วนตัวอยู่ ข้าจึงมิได้หมดสติไป”
ได้ยินดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ลุกขึ้นยืน เดินไปยังโลงศพที่ใกล้ที่สุด เขาใช้กริชเจาะรูขนาดใหญ่ที่ก้นโลง แล้วเอ่ยว่า “โลงใบนี้สมบูรณ์ดี ทว่าแม้เปิ่นหวังจะเจาะรูที่ก้นโลง ไอสีดำข้างในก็มิได้รั่วไหลออกมา แสดงว่าไอสีดำเหล่านี้มิสามารถออกจากโลงศพได้”
พูดจบ โดยไม่สนว่าสวีซิ่งอี้จะตกใจเพียงใด เขาเอื้อมมือไปผลักฝาโลงออกพลางชูเทียนเข้าไป “ในเมื่อไอสีดำมิอาจรั่วไหล และอสูรกายมิได้ตื่นเพราะเทียนธรรมดา เช่นนั้นเหตุใดท่านที่ถูกขังในโลงและไม่มีเทียนไขศพจึงออกมาได้เอง?”
“ท่าน…” สวีซิ่งอี้ตั้งท่าจะบอกให้เมิ่งฉีฮ่วนหยุดพูดจาเลื่อนลอย แต่ด้วยความฉลาดเขาก็รู้ดีว่าสิ่งที่เมิ่งฉีฮ่วนพูดนั้นมีมูลเหตุ จึงได้แต่เงียบงันลง
ภายใต้แสงเทียนที่สลัวราง สวีติ้งหลานเม้มริมฝีปากแน่นโดยมิเอ่ยคำใด
หลี่เยว่หานจ้องมองชายตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย นางรอคอยคำอธิบายจากเขาอย่างสงบ
ความเงียบที่น่าอึดอัดดำเนินไปครู่ใหญ่ ในที่สุดสวีติ้งหลานก็ถอนหายใจยาวแล้วเริ่มเอ่ยปาก “ถูกต้อง… ข้ามิได้ถูกขังอยู่ในโลงศพตั้งแต่แรก”
“ท่านพ่อ?” สวีซิ่งอี้ตะลึงลาน “แล้วเหตุใดท