้ยงของค้างคาว ส่วนค้างคาวก็อาศัยสุสานแห่งนี้เป็นที่พำนัก และค้างคาวสุสานก็สูบเลือดคนเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้อสูรกายเงา ส่วนอสูรกายในหลุมฝังร่วมนี้จะดักจับคนที่ถือเทียนไขศพที่จุดไฟแล้วไปขังไว้ในโลง ภายในโลงมีไอสีดำที่ทำให้หมดสติ ข้ามีความรู้สึกว่าทุกอย่างล้วนมีจุดที่คล้ายคลึงกัน”
หลี่เยว่หานขมวดคิ้ว “จะมีก็เพียงอสูรกายเขาโคนั้นที่พวกเรามิได้ปะทะด้วยมากนัก จึงมิอาจตัดสินลักษณะเด่นของมันได้”
“มีจุดใดที่คล้ายกันรึ?” สวีซิ่งอี้ถามอย่างไม่เข้าใจ
“เจ้าลองดูสิ หากเราจัดกลุ่มให้อสูรกายทั้งสามเป็นผู้พิทักษ์สุสาน อสูรกายเงาจะฆ่าคนเพื่อสูบเลือด อสูรกายเขาโคน่าจะเฝ้ากลไก แต่อสูรกายโลงศพกลับทำเพียงนำคนไปขังไว้ในโลงเท่านั้น เรื่องนี้ดูจะประหลาดไปเสียหน่อย”
“เมื่อครู่เจ้าเพิ่งบอกว่ามันมีจุดที่คล้ายกันมิใช่รึ? ไฉนที่พูดมาทั้งหมดกลับมีแต่จุดที่ต่างกันเล่า?” สวีซิ่งอี้ตั้งข้อสังเกต
หลี่เยว่หานและเมิ่งฉีฮ่วนสบตากันเงียบ ๆ โดยมิได้อธิบายสิ่งใดเพิ่ม
ส่วนสวีติ้งหลานนั้นมิได้ตั้งคำถามใด เขาเพียงขมวดคิ้วจ้องมองแผนผังหลุมฝังร่วมที่กางอยู่ด้วยท่าทางเหม่อลอย
“ไฉนจู่ ๆ ถึงเงียบกันหมด?” แม้แต่คนหัวช้าอย่างสวีซิ่งอี้ก็เริ่มสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ผิดปกติ
“ท่านแม่ทัพ” เมิ่งฉีฮ่วนหันไปมองสวีติ้งหลานกะทันหัน “ข้าขอถามสักนิด ท่านหนีออกมาจากโลงศพได้อย่างไร?”
คำถามนี้ทำให้สวีติ้งหลานยังไม่ทันได้อ้าปาก สวีซิ่งอี้ก็ออก