ด้โยนเข้าไปในห้องนอนพวกเขาเสียหน่อย!”
หลี่เยว่หานเห็นพวกเขาคุยเล่นกันอย่างสนุกสนานก็พลอยมีความสุขไปด้วย “วันนั้นข้าไปโรงหมอกับมู่หวังเฟยจริง ๆ เจ้าค่ะ ท่านหมอบอกว่าคุณชายใหญ่ตระกูลหยวนร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก ก่อนหน้านี้ยังถูกหยวนหลิงเอ๋อร์ผลักตกสระบัวจนต้องลมหนาว ร่างกายจึงยิ่งทรุดโทรม เรื่องที่เขาหมดสติไปนั้นไม่เกี่ยวข้องกับคุณชายสวีจริง ๆ เจ้าค่ะ”
“ได้ยินหรือยังท่านพ่อ ลูกไม่ได้พูดเองนะ!” สวีซิ่งอี้ดีใจขึ้นมาทันที “วันนั้นแม้พวกบ่าวรับใช้ตระกูลหยวนจะคอยยั่วยุลูก แต่ลูกดูออกว่าพวกนั้นไม่ใช่คนที่จะมาคอยปรนนิบัติหยวนสวิน หยวนสวินคนนี้แม้จะขี้ขลาดอ่อนแอ แต่ลูกก็เห็นเขามาตั้งแต่เด็ก เขาเป็นคนใจอ่อนเกินไป แม้แต่คนที่ทำร้ายตัวเองยังไม่กล้าโต้ตอบ ถึงได้ถูกผู้หญิงคนหนึ่งรังแกเอาได้!”
พูดถึงตรงนี้เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบส่งยิ้มประจบหลี่เยว่หาน “แน่นอนว่าลูกไม่ได้ดูแคลนผู้หญิงนะขอรับ ข้ารู้ว่าผู้หญิงน่ะเก่งกาจมาก สามารถแบกรับภาระได้ครึ่งหนึ่งของแผ่นดิน อย่างเช่นพระชายาฉีที่เป็นยอดหญิงตัวอย่างของแว่นแคว้น!”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ อีกสามวันพวกเราจะออกเดินทางไปอำเภอฮัวซีด้วยกัน เยว่หานจะเป็นคนเลือกพื้นที่ ส่วนท่านแม่ทัพสวีกับคุณชายสวีช่วยตรวจตราเรื่องฮวงจุ้ยให้ที อย่างไรเสียก็นี่เป็นนาเกลือแห่งแรกของแคว้นตงฮั่น ทำเลที่ตั้งและฮวงจุ้ยจึงสำคัญมาก” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยขัดคำเยินยอของสวีซิ่ง