ผู้น้อยหรอก” สวีติ้งหลานจิบเหล้าเข้าไปอึกหนึ่งแล้วยิ้มตาหยี “เจ้ามีฐานะเท่าเทียมกับข้า… เสี่ยวอี้ เรียกท่านอาหญิงสิ!”
สวีซิ่งอี้ที่กำลังกินของว่างอยู่อย่างเพลิดเพลิน พอได้ยินคำนี้เข้าก็แทบจะสำลักอาหารติดคอทันที
เขารีบดื่มน้ำตามจนอาการดีขึ้น จากนั้นก็สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วแย้งว่า “ไม่เรียกหรอกท่านพ่อ! หวังเฟยอายุน้อยกว่าข้าตั้งปีหนึ่งนะ ให้ข้าเรียกหญิงสาวที่เด็กกว่าตัวเองว่าอาหญิง หากเรื่องนี้หลุดรอดออกไป ข้าไม่ต้องเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนหรือ!”
“จะลำบากอะไรกัน อาหญิงของเจ้า กับหวังเฟยนั้นเป็นพี่สะใภ้น้องสะใภ้กัน ตามลำดับศักดิ์นางก็คืออาหญิงของเจ้าไม่ใช่หรือ อีกอย่างเจ้าเป็นคนพูดเองไม่ใช่หรือว่าอยากจะติดตามพ่อคนนี้ไปสำรวจพื้นที่ทำนาเกลือด้วยน่ะ? แค่คำว่าอาหญิงคำเดียวก็ไม่ยอมเรียก ระวังเถอะ หวังเฟยอาจจะไม่ยอมให้ ‘คนนอก’ อย่างเจ้าปะปนเข้าไปด้วยก็ได้นะ!” สวีติ้งหลานเลิกคิ้วพลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยโดยไม่หันไปมองลูกชายด้วยซ้ำ สวีซิ่งอี้ถึงกับชะงักไปทันที
“ท่านพ่อ นี่มันไม่เหมือนที่ตกลงกันไว้นี่!” สวีซิ่งอี้เผลอทำหน้าตาละห้อยอย่างหาได้ยาก “ไหนบอกว่าวันนี้ถ้าข้าขยันยอมตามท่านมาเข้าเฝ้าท่านอ๋องกับหวังเฟยที่จวน ท่านจะยอมพาข้าไปเที่ยวที่อำเภอฮัวซีด้วยกันอย่างไรเล่า!”
“ดูเอาเถิด ๆ เจ้าเด็กเหลือขอคนนี้ในหัวมีแต่เรื่องเที่ยวเล่น” สวีติ้งหลานหันไปมองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยท่าทางระอา “ทั้งยังไม่รู้จั