บทที่ 549 หลิ่วหรงหรงอ้อนวอนขอความเมตตา
“ทางที่ข้ามอบให้คือทางรอด แต่หากเจ้าอยากหาที่ตายนัก ก็เชิญตายไปเสียเถอะ” หลี่เยว่หานปรายตามองหวังเฟิ่งด้วยสายตาเย็นเยียบ นางรู้ดีว่าอีกฝ่ายคิดจะใช้มุกเดิม ๆ อย่างการกัดลิ้นฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องความสงสาร จึงเอ่ยเตือนด้วยความหวังดีว่า “จะกัดลิ้นก็ตามสบาย ข้าให้คนเตรียมหมอฝีมือดีไว้รอช่วยชีวิตเจ้าแล้ว รับรองว่าเจ้าจะไม่มีวันตายสมใจ อย่างมากก็แค่เสียลิ้นไปเปล่า ๆ กลายเป็นคนใบ้ไปตลอดกาล”
“ลิ้นคนเรางอกใหม่ไม่ได้นะ เจ้าจงไตร่ตรองดูให้ดี” พูดจบหลี่เยว่หานก็หยัดกายยืนขึ้นพลางจ้องมองนางด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ยามนั้นหลี่หรงหรงเริ่มได้สติกลับคืนมา นางเดินอย่างอ่อนแรงเข้ามาหาหวังเฟิ่งโดยมีอวี้จวงคอยประคอง สองมือกุมท้องประคองครรภ์ไว้พลางทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้ามารดา ดวงตาแดงก่ำฉายแววไม่เข้าใจอย่างสุดซึ้ง “ท่านแม่… เหตุใดท่านถึงต้องใส่ร้ายป้ายสีข้าไปพร้อมกันด้วย…”
“หรงหรง… หรงหรงลูกแม่! ช่วยแม่ด้วย เจ้าช่วยพูดกับพี่สาวเจ้าที อย่าให้นางไล่แม่ไปเลย แม่ไม่อยากเป็นจิ้นกั๋วกงฟูเหรินแล้ว แม่จะไม่โวยวายอีกแล้ว แม่ยอมขอขมาทุกอย่าง! แม่เพียงแต่อยากอยู่ในเมืองหลวงต่อเพื่อคอยอยู่เคียงข้างดูแลเจ้า ช่วยเจ้าเลี้ยงลูกนะหรงหรง!”
เมื่อเห็นหลี่หรงหรงเข้ามาหา หวังเฟิ่งก็ราวกับเห็นขอนไม้กลางทะเลคลั่ง นางรีบโผเข้ากอดขาบุตรสาวพลางร่ำไห้โวยวายเสียงดัง
เสียงหวีดร้องนั้นกลับทำให้ชาวบ้