งด้วยสายตาดุดัน “ข้าทำสิ่งใด ย่อมมีขอบเขตและแผนการของข้า!”
พูดจบ นางก็เมินเฉยต่อหลี่หรงหรง แล้วก้าวเดินเข้าไปหาหวังเฟิ่งอย่างเด็ดเดี่ยว นางมองอีกฝ่ายที่อยู่แทบเท้าด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะเเค่นยิ้มเย็นแล้วหันไปกล่าวว่า “ท่านผู้ว่าการสิง นำหนังสือหย่าของหวังเฟิ่งออกมา!”
“ขอรับ!”
ตั้งแต่ทราบเรื่องว่าหวังเฟิ่งบีบบังคับให้หลี่ต้าเฉิงลงนามในหนังสือหย่า หลี่เยว่หานก็สั่งการให้คนไปทำเรื่องโอนย้ายเอกสารหนังสือหย่านั้นจากศาลาว่าการอำเภอฮัวซีมาเก็บไว้ที่เมืองหลวงนานแล้ว นางทำเพื่อป้องกันไม่ให้หวังเฟิ่งย้อนกลับมาแว้งกัดเช่นในวันนี้
เดิมทีนางคิดว่าการเตรียมการนี้อาจจะเสียเปล่า แต่ยามนี้กลับเห็นได้ชัดว่า มันช่างประจวบเหมาะและมีค่าปานใด!
“หลี่เยว่หาน! นังสารเลว! เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้! ข้าไม่เคยลงชื่อในหนังสือหย่า! ข้าไม่เคย!” หวังเฟิ่งกรีดร้อง พยายามจะสะบัดตัวให้หลุดจากพันธนาการของมือปราบ
ทว่าท่านผู้ว่าการสิงนั้นรวดเร็วกว่า เขาเตรียมเอกสารไว้พร้อมสรรพและส่งถึงมือหลี่เยว่หานในทันที
“หวังเฟิ่ง ในเอกสารนี้มีชื่อของเจ้า มีรอยประทับลายนิ้วมือของเจ้า ทั้งยังมีตราประทับรับรองจากทางการอย่างครบถ้วน เจ้ายังจะกล้าบอกว่านี่คือของปลอมอยู่อีกหรือ!” หลี่เยว่หานชูหนังสือหย่าให้หวังเฟิ่งดูจนเต็มตา ก่อนจะหันไปทางเหล่าชาวบ้านที่ยืนตกตะลึงจนตาค้าง
“ขอให้ทุกท่านที่อยู่ที่นี่จงเป็นพยาน หากใครมีข้อสงสัยในหนังสือหย่าฉบั